生活與運動 กีฬาเปลี่ยนชีวิต

【2015年泰文入圍佳作欣賞】2015/5/29 / Phanet Phongsai / กีฬาเปลี่ยนชีวิต / ไทย 泰國 / 泰橋協會 《生活與運動》
運動是生活的光,它使得在台灣的生活、工作、適應社會以及生活環境都更加簡單、快速。容許我分享自己在台工作15年的經驗,給來台灣工作的朋友了解,作為如何在工作當中尋找快樂的方向。為了編輯更順,我將文章依標題分類如下:
生活與運動
西元1998年是我第一次來到台灣,這裡的工作似乎非常忙碌,有別於泰國,工作時間更長,跟來自不同地方的人住在一起,我的腦海中只有想著回家。星期一到星期六的工作是非常痛苦的,我每天看著月曆並把日期一天天的劃掉,等待著回家的日子。但每到星期天,宿舍變得十分安靜,因為大家都外出,而我會拿著足球、穿上球鞋,並騎著腳踏車到某大學的球場,在那裡我可以慢跑和踢足球。
雖然台灣人不太喜歡這項運動,但每所大學還是會有球場,算是泰勞和其他國籍勞工的幸運,因為這讓我有機會認識工廠附近的勞工,我們可以分享工作經驗,甚至成立自己的足球隊,畢竟其他縣市也都有這樣的活動。在這裡的前三年.平日上班、假日踢球,或是與其他縣市的泰勞比賽足球,如果贏了我們就會慶祝(但我先聲明我是不煙不酒的),這樣的時間過得特別快。台灣將聘僱外勞的規定延長至六年之後,我便再度回到台灣來。
這次不是回到之前的工廠,因為我想投入在運動上面,由於之前工廠有規定,讓我無法在既定的時間內回到宿舍,而我也透過一起踢球的朋友找到新的工作。他們怕我不敢離開原本的工廠,所以把他們的薪資明細給我看,證明確實有工作等著我,我看了目瞪口呆(哇!比我原本的薪水多了兩倍,我感到非常驚訝!)我下定決心,這次回來平日要努力加班,假日去運動,並為泰國勞工舉辦活動,算是我的理想和快樂,但最後卻事與願違。
我來的時候正巧工廠要新增部門,在等待主管上任的同時,人事部走過來問我和另一名應徵者,誰會講中文,我回答我會(心想,這樣應該可以讓我更輕鬆),天曉得那個部門全都是台灣人,想也知道他們會使喚誰,甚至連加班都沒有,調班也不行,總加起來扣掉所有費用剩下14,000-16,000元,我什麼都不能說,只好默默的工作,直到三年合約期滿為止。
我從運動員轉成裁判,剛開始不是很喜歡,但是有固定的報酬。當裁判當了一段時間,發現有種莫名的感覺,我會因為看到泰勞來運動而感到開心,看到他們的笑容、笑聲,看到親朋好友到場來為自己的朋友加油打氣,而我也認識了一個來看他爸爸踢球的年輕人,這位小弟弟剛從高三畢業就馬上來台灣工作,目前還是就學的狀態,應該就是遠距離教學。
我跟他說我也想讀書,畢竟只上星期一三五,我請他去問老師像我這樣的身份可以念嗎?不久後,他打電話跟我說可以,我趕緊衝去報名。我立志說就算賺不到錢,至少也要賺到學問。老師對我很好,學費也很便宜,一學期的書費也才一百多元泰銖。
最後,我真的去上學了,對我來說那是有多麼重大的意義與價值!我的中文能力更加進步,在發音方面也明顯地標準多了,同事也稱讚我的口說能力變強了,交代的事情都不會出錯(意思就是增加我的工作量),但我不介意,因為我已經改變我的目標,在這三年內,我會盡心盡力的學習,而假日還是一樣去打球運動。
我從中學到很多,因為運動與比賽,我認識了泰台單位的高層官員,從小小的比賽變成大型的競賽,讓我正面思考,人也更加樂觀,每個禮拜還有機會到我練球的大學裡教足球,這也算是值回票價的經驗!對工人來說,透過我熱愛的運動,我獲得了真正的獎勵。
愛情與運動
我是個正常人,在我工作時期,談個戀愛也不是奇怪的事。當時我的女朋友跟著媽媽來到台灣,而我來台灣的主要原因就是跟著她來。不過我們在第一期合約就分手了,但是我依然等著她,而且努力的尋找,在外勞的聚集地中打聽她的消息。我跟自己說,如果這次沒有找到她,我就不會再強求了,因為我已經累了,也許我和她的緣分應該盡了。
在我期滿前兩個禮拜,我去當某場比賽的裁判,比完之後夥伴們帶我去泰國餐廳請客,一踏進那家店門口,我趕快轉頭並衝出來,我跟自己說,也問了朋友,我是不是在做夢?因為我看到前女友的媽媽,我鼓起勇氣冷靜地走回去,跟她媽媽打招呼,她媽媽也很疑惑到底發生什麼事,我內心就像中了樂透般的喜悅。
我告訴她媽媽,在我回去之前,我想再次見到她女兒,她媽媽答應會幫忙轉達我的訊息,我把電話號碼給她。其實到這裡我已經很開心了,不過還是有點擔心她媽媽會不會幫我轉達,但至少我也抱著一絲希望。
最後我的終於夢想成真。在我回去的前一個禮拜,我等待了十年的電話,我多年渴望聽到的聲音,現在讓我的心突然有股力量,能讓我勇敢地站起來面對所有的困難。
期待已久的日子,她來找我的那天,我非常緊張,不知所措,就像是第一次約會般。我當時依然單身,但不確定她是不是名花有主,我約她吃飯聊天敘敘舊,但是我只剩一個禮拜的時間。她說自己也是單身,既然如此,我便要求復合,為了證明我的愛依然如昔,等我重新申請來台,我們就一起生活,她媽媽也同意了。
我在她住處及工作的附近租房子。至於我的工作還是老樣子,有時加班、有時沒有,我想我應該沒有機會賺大錢了,不過我在運動方面還是持續著。很幸運的,我女朋友有車可以方便載運動器材到遙遠的縣市,我決定履行完這期合約,就回去辦理結婚文件,這樣我就可以跟她過快樂的夫妻生活了。
表演與運動
還記得我到桃園內壢的某大學去教足球的時候,有一個球員畢業後有機會當導演。他幫某家電視台製作戲劇,他即將導的第一部劇是有關非法勞工,他試圖找我扮演一個逃逸外勞,我毫不猶豫地答應他,因為在台灣我也做過很多事情,試試看當演員應該也是不錯的體驗。雖然我還在合約當中,但是我跟雇主請假,雇主也同意了,我非常高興。而我擔任的角色也受到大家的讚美,這部戲後來還得了獎,在台灣,這算是少有的經驗,我認為如果在泰國,我應該沒有這樣的機會。
語言和運動
我以外勞的身份在台灣生活,透過運動,讓我有機會認識很多人。在我辦理結婚,拿到台灣的居留證之後,得到一個當宿舍管理員的機會。我去做語言能力測試,主要是中文的口說測驗,結果通過了!我很高興但有點緊張,擔心無法翻譯較難的詞彙,不過老闆說不用擔心,有什麼事可以打電話問他,讓我安心許多。剛開始我覺得有點不容易,但在其他翻譯人員不斷的協助之下,我才能克服困難。
在這個管理工作上面,我利用我最熟悉的運動來當橋樑,因為我認為不論是那一國勞工,都喜歡運動。加上我管理泰國和越南勞工,老虎跟獅子住在一起我也會怕,但結果比我預期的還好。這兩國的勞工和睦相處,下班後一起去運動,讓我在管理上沒有困難,語言也可以用運動來溝通,我自己也看了非常開心,因為見到大家不分彼此同心協力。
人事部稱讚,自從我來了之後,外勞比較不會像以前那樣常常惹事,兩國的外勞都很愛我,工廠也會問外勞關於我的管理能力。當聽到正面的評價,我會忍不住笑出來,我為我的努力與付出感到自豪,畢竟要贏得三百個人的心真不容易啊!這些事情讓我有力氣往前走,並且我會用正確的方法來幫助外勞成功解決問題。
我不會訴說辛苦的那一面,因為不論我遇到什麼樣的遭遇,都不曾放棄運動。我始終認為,運動是良藥又不傷人,信心自然會產生。我在台灣的期間也會常常把握學習機會,雖然現在隨著年輕人的增加,工作也比較輕鬆,但是我依然利用假日的空檔,幫勞工舉辦活動。因為我認為那對彼此都是真正的快樂,我的太太也能理解,我因為運動而有所發展,我想我無法與它分離。

***

【2015 ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ】2015/5/29 / Phanet Phongsai / กีฬาเปลี่ยนชีวิต / ไทย 泰國 / 泰橋協會

ชีวิตกับกีฬา
ชีวิตที่มีกีฬาเป็นแสงส่องทาง มันทำให้การใช้ชีวิต การทำงานในประเทศใต้หวัน การปรับตัวเข้ากับสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ง่ายและรวดเร็ว ผมขอนำประสบการณ์ที่เดินทางมาทำประเทศใต้หวันตลอดระยะเวลา 15 ปี เผื่อที่จะถ่ายทอดเรื่องราวผู้ชายคนหนึ่ง ให้แรงงานที่เดินทางเข้ามาที่ประเทศใต้หวัน ได้รับรู้เพื่อเป็นแนวทางไปวิเคราะห์และจะนำไปปฏิบัติเพื่อการทำงานที่อย่างมีความสุข เพื่อให้ง่ายต่อการเรียบเรียง ผมจึงขอแยกเนื้อเรื่องออกเป็นหัวข้อตามช่วงสถานะการณ์ มีดังต่อไปนี้
การงานกับกีฬา การศึกษากับกีฬา ความรักกับกีฬา การแสดงกับกีฬา ภาษากับกีฬา
การงานกับกีฬา
ปี2541 ที่ผมเดินทางมาครั้งแรก ชีวิตการทำงานดูจะเข้มค่นมาก ต่างจากเมืองไทย ระยะเวลาทำงานมากขึ้น อยู่ในห้องพักที่มีคนเยอะๆต่างจิตต่างใจ โรคความคิดถึงบ้านก็มีมาในหัวสมองทุกวัน การทำงานวันจันทร์ถึงวันเสาร์เป็นอะไรที่ทนทุกข์ทรมารมากเหลือเกิน ต้องดูปฎิทินทุกวันเพื่อที่จะกากบาททิ้งเพื่อนับเวลากลับบ้าน แต่สวรรค์จะมาโปรดทุกครั้งเมื่อถึงวันอาทิตย์ ในห้องพักจะเงียบกริบเพราะไม่มีใครอยู่ห้องเลย แต่สำหรับผมจะถือลูกฟุตบอลและเตรียมรองเท้าสตั๊ดปั่นจักรยานมุ่งไปสู่สนามมหาวิทยาลัย นั่นคือการได้วิ่งออกกำลังกายและเตะบอล ถึงแม้คนใต้หวันจะไม่ค่อยชอบกีฬาชนิดนี้แต่ทุกมหาลัยยังมีสนามฟุตบอล ถือเป็นความโชคดีของแรงงานไทยและแรงงานอื่นๆและผมก็ได้รู้จักเพื่อนต่างโรงงานละแวกไกล้เคียง ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานและได้ตั้งทีมฟุตบอลของกลุ่มขึ้นมาเนื่องจากรับทราบข่าวว่าในเขตอื่นก็มีทีมอื่นๆเหมือนกัน ชีวิตตลอดในช่วง3ปีแรก วันธรรมดาก็จะทำงานส่วนวันหยุดก็เล่นกีฬาหรือไปแข่งกับทีมแรงงานไทยในเขตต่างๆถ้าชนะก็จะไปเลี้ยงฉลองกัน(แต่ผมขอบอกก่อนนะครับผมไม่กินเหล้าไม่สูบบุหรี่นะครับ)ทำให้ดูเหมือนกับว่าเวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน หลังจากใต้หวันแก้กฎหมายให้เข้ามาทำงานได้เป็น 6 ปี ผมก็ได้เดินทางกลับมาใต้หวันอีกครั้ง
การศึกษากับกีฬา
ครั้งนี้ไม่ได้กลับมาโรงงานเดิมครับ เนื่องจากผมต้องการจะทำกิจกรรมกีฬาให้เต็มที่กว่าที่เป็นอยู่เนื่องจากโรงงานเดิมนั้นมีกฎระเบียบเข้าหอทำให้มีบางครั้งเข้าหอเกินเวลาที่กำหนด และผมก็หางานใหม่โดยพี่ๆนักกีฬาแนะนำไปอยู่ด้วย พี่เขากลัวผมไม่ไปก็เอาสลิปเงินเดือนมาให้ดูการันตีแน่นอนผมเห็นแล้วถึงกับตาโต (โหได้เยอะกว่าโรงงานผมสองเท่า ผมอุทาน)ผมก็ตั้งใจว่าแทคนี้วันธรรมดาทำงานทำโอส่วนวันหยุดเล่นกีฬาและจัดกิจกรรมกีฬาให้กับพี่น้องแรงงานไทย ถือเป็นความฝันและความสุขแต่แล้วสิ่งที่ผมคิดไว้ก็ไม่เป็นอย่างที่หวัง บังเอิญช่วงที่ผมมาโรงงานเปิดแผนกใหม่ ช่วงที่นั่งรอให้หัวหน้ามารับ ฝ่ายบุคคลเดินมาถามว่าระหว่างผมกับอีกน้องคนหนึ่งว่าใครพูดภาษาจีนได้บ้างผมก็บอกว่าผมพูดได้(ในใจก็คิดเอาแล้วเราเจองานสบายแน่)ที่ใหนได้แผนกมีแต่คนใต้หวันก็ลองคิดดูว่าเขาจะใช้ใคร แถมไม่มีโอซักวันเปลี่ยนกะก็ไม่ให้เปลี่ยนตกเดือนหนึ่งหักแล้วรับ14,000-16,000 ผมก็พูดอะไรไม่ออก ก็ต้องก้มหน้าก้มตาทำให้ครบ 3 ปีอย่างน้อยๆหอพักก็ไม่มีกฎ เผื่อที่จะทำกิจกรรมอย่างอื่นเพื่อไม่ให้กระทบเดือนของเรา จากที่เคยเป็นนักกีฬาก็ผันตัวเองมาเป็นกรรมการตัดสิน ที่แรกๆก็ไม่ชอบเท่าใหร่แต่ค่าตอบแทนมันได้แน่นอน หลังจากที่เป็นกรรมการมาสักระยะมีความรู้สึกแปลกๆรู้สึกมีความสุขกับการเห็นแรงงานไทยมาเล่นกีฬา เห็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ เห็นญาตินัดมาเจอกันที่สนามกีฬา และผมก็ได้รู้จักน้องคนหนึ่งที่สนามกีฬาเขามาดูพ่อเขาแข่งกีฬา น้องเขาก็บอกว่าเพิ่งจบม.6 มาจากเมืองไทย และก็กำลังเรียนอยู่ถ้าบ้านเราก็คงเป็น กศน.ผมก็เลยบอกน้องเขาว่าผมก็อยากเรียน เพราะเรียนวันจันทร์,พุธและศุกร์ ผมก็เลยให้น้องเขาไปถามอาจารย์ดูว่า อย่างผมมาในแทคนี้สามารถเรียนได้ใหม ไม่นานน้องเขาโทรมาบอกว่าเรียนได้ ผมก็เลยรีบไปสมัคร มีความตั้งใจไว้ว่า ไม่ได้เงินก็ขอเอาความรู้ไว้ก่อน ครูก็ดีกับผมเหลือเกินค่าเล่าเรียนก็ถูกแสนถูกให้ซื้อแต่หนังสือเทอมหนึ่งก็ตกแค่ร้อยกว่าบาท ในที่สุดผมก็ได้เรียนหนังสือ ซึ่งผมถือว่ามีค่ายิ่ง ทำให้มีความรู้ในภาษาจีนกลางมากขึ้น การออกเสียงอักขระได้ดีมากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด เพื่อนร่วมงานก็ชมว่าพูดภาษาได้ดีและพูดได้เยอะสั่งงานอะไรก็ไม่ผิดพลาด(คือยิ่งใช้มากกว่าเดิม)แต่ผมไม่ซีเรียสนะ เพราะผมเปลี่ยนเป้าหมายแล้วคือในเวลา 3 ปีต่อจากนี้ ผมจะเรียนให้รู้มากที่สุด ส่วนวันหยุดก็ไปเล่นกีฬาจักกีฬา ซึ่งครั้งนี้ผมได้ทำอะไรหลายอย่างมาก รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งหน่วยราชการไทยและใต้หวันเพราะกีฬาที่ผมทำและจัดการแข่งขัน โลกผมกว้างขึ้นแรงงานก็รู้จักผมมากขึ้น จากการจักกีฬารายการเล็กๆก็มีรายการใหญ่เข้ามา ทำให้ผมมองโลกในแง่ดีมากขึ้น มีโอกาสได้ไปสอนฟุตบอลของมหาวิทยาลัยที่ผมไปซ้อมทุกสัปดาห์ นี่ก็เป็นประสบการณ์ที่ถือว่าคุ้มค่าจริงๆสำหรับแรงงานอย่างผม
ความรักกับกีฬา
เป็นธรรมดาครับวัยของผมก็เป็นวัยทำงานและก็มีความรักเป็นเรื่องปกติ แต่แฟนเขามาอยู่กับแม่ที่ใต้หวัน เหตุผลที่สำคัญที่มาใต้หวันก็เพราะมาตามแฟนครับ แต่เขาเลิกผมไปตั้งแต่แทคแรก แต่ผมก็รอเขาอยู่และพยายามเสาะหาว่าเขาอยู่ที่ใหนในขอบเขตที่จำกัดสำหรับแรงงาน ผมก็บอกกับตัวเองว่าถ้าแทคนี้ไม่เจอแฟนก็จะไม่มาอีกแล้วรู้สึกท้อ คิดว่าคงไม่มีวาสนาต่อกัน สองอาทิตย์ก่อนจะครบแทคผมก็ไปช่วยพี่เป็นกรรมการตัดสินฟุตบอลที่เขตไทเป หลังจากเสร็จพี่เขาก็พาทีมงานผมไปเลี้ยงที่ร้านอาหารไทย พอเข้าไปในร้านไทยปั้บ ผมต้องรีบหันหลังแล้วรีบวิ่งออกมาจากร้าน พูดกับตัวเองถามเพื่อนว่าผมไม่ได้ฝันไป เพราะว่าผมเจอแม่ของอดีตแฟนครับ ผมตั้งสติรวบรวมความกล้า แล้วเดินเข้าไปก้มลงกราบ แม่ก็น้อมรับอย่างงงว่าเกิดอะไรขึ้น ผมดีใจสุดๆเหมือนถูกล็อตเตอรี่ ผมก็บอกแม่เขาว่าผมอยากเจอลูกสาวเขาอีกครั้งก่อนจะกลับบ้าน แม่เขาก็รับปากว่าจะบอกให้ ผมก็ฝากเบอร์โทรไว้ คือแค่นี้ผมก็มีความสุขแล้วแต่ก็กลัวว่าแม่เขาจะบอกลูกเขาหรือเปล่า แต่อย่างน้อยๆผมก็มีความหวัง และแล้วความฝันผมก็เป็นจริง ก่อนกลับหนึ่งอาทิตย์ผมก็ได้รับโทรศัทพ์ที่ผมรอคอยมาร่วม10 ปี น้ำเสียงคำพูดที่ได้ยินมันเหือดแห้งมาหลายปี ตอนนี้มันกับทำให้หัวใจผมมีพละกำลังที่จะยืนอยู่ต่อสู้กับปัญหาต่าง วันนี้ที่รอคอย วันที่เธอมาหามันประหม่าไปหมด ทำตัวไม่ถูก เหมือนกับเรานัดแฟนมาเดทครั้งแรก ผมไม่มีใครแน่แต่ไม่รู้ว่าเขาจะมีใครหรือเปล่า ก็ไปทานข้าวพูดคุยทำความคุ้นเคยแต่ว่าเวลาผมก็มีแค่หนึ่งอาทิตย์ ในเมื่อเขาบอกว่าไม่มีใคร ผมก็จะขอกลับมาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อพิสูจน์ความรักที่มีต่อเขาว่าผมรอเขามานานเท่าใหร่ เมื่อผมเดินเรื่องกลับมาใหม่เราก็ได้มาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน โดยแม่เขาก็เปิดไฟเขียว โดยไปหาเช่าบ้านไกล้กับที่ทำงานผม เรื่องงานก็เหมือนเดิมครับโอทีก็มีบ้างไม่มีบ้าง ผมคิดว่าคงไม่มีวาสนาแล้วครับ คงไม่รวยแน่ แต่งานกีฬาผมก็ทำอย่างต่อเนื่องครับ โชคดีหน่อยได้รถแฟนช่วยขนย้ายเดินทางไปจัดกิจกรรมได้ไกลขึ้น ผมก็ทำงานจนครบแทกและได้ตัดสินใจกลับไปทำเรื่องแต่งงานกลับมาเพื่อที่จะอยู่ใต้หวัน
การแสดงกับกีฬา
ยังคงจำได้นะครับว่ามีช่วงที่ผมไปสอนฟุตบอลมหาลัยของใต้หวัน ในเขตเถาหยวนเน่ยลี่ มีนักกีฬาคนหนึ่งจบแล้วและได้ไปเป็นผู้กำกับหนัง เขาทำละครป้อนให้กับช่องทีวี ละครเรื่องแรกที่จะทำก็คือละครเกี่ยวกับแรงงงานผิดกฎหมาย เขาก็พยายามตามหาผมหาไปเล่นบทคนงานที่หลบหนีนายจ้าง ผมก็ไม่ลังเลใจที่จะรับปาก เพราะอยู่ใต้หวันผมก็ทำอะไรมาตั้งเยอะ ลองเป็นนักแสดงซิมันจะเป็นยังไง แม้จะยังอยู่ในแทก ผมก็ไปขอลางานกับนายจ้าง เขาก็อนุญาติผมก็ดีใจมาก ในบทบาทที่ผมได้รับ ทุกคนก็ชมว่าผมเล่นได้สมจริง ซึ่งละครเรื่องนี้ได้รางวัลบทละครยอดเยี่ยม ซึ่งก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ใต้หวัน ที่น้อยคนนักที่จะเจอะเจอ ผมก็คิดว่าอยู่เมืองไทยคงไม่มีโอกาสอย่างนี้
ภาษากับกีฬา
จากการที่ผมใช้ชีวิตในฐานะแรงงานได้รู้จักผู้คนมากมาย หลังจากทำเรื่องแต่งงานมาอยู่ใต้หวันหลังจากได้บัตรกาม่า(居留證)ก็มีงานล่ามคุมหอพักเข้ามา ผมก็ลองไปทดสอบระดับภาษาโดยการสัมภาษณ์นั่นเอง ผลออกมาคือผ่าน ผมก็ดีใจแต่ก็ประหม่าเล็กน้อยกลัวแปลคำยากๆไม่ได้ ทางบริษัทก็บอกว่าไม่ต้องห่วงมีอะไรให้โทรหา ผมค่อยเบาใจหน่อย แรกๆผมก็รู้สึกยากแต่ก็มีล่ามคนอื่นช่วยแนะนำ ผมเลยผ่านมาได้ ส่วนการคุมคนงานผมก็ใช้งานถนัดผมคือเอากีฬามาช่วย ผมคิดว่าไม่ว่าแรงงานชาติใหนก็ชอบกีฬา ยิ่งผมดูแลแรงงานไทยและเวียดนาม เสือกับสิงห์มาอยู่ด้วยกันละก็ผมก็กลัวเหมือนกัน แต่ผลสรุปคือได้ผลดีเกินคาดทั้งสองชาติอยู่อย่างมิตรภาพ เลิกงานก็ไปเล่นกีฬาด้วยกัน ทำให้ผมไม่ต้องปกครองยาก ภาษาก็ใช้กีฬาเป็นสื่อ ดูแล้วก็มีความสุขกับงานครับ ทุกคนก็ให้ความร่วมมือ ฝ่ายบุคคลก็ชมผมว่าตั้งแต่ผมมาอยู่ คนงานไม่มีปัญหาเหมือนก่อน คนงานก็รักผมทั้งสองประเทศ ทางบริษัทก็มาสอบถามคนงานว่า ผมดูแลงานดีใหม เมื่อได้ยินว่าคนงานตอบว่าดูแลดีมากผมก็อดยิ้มไม่ได้ ภูมิใจเพราะผมทำงานหนักมาก กว่าจะไปนั่งอยู่ในหัวใจคนงานตั้งสามร้อยกว่าคน และมันเป็นกำลังใจให้ผมเดินไปและจะแก้ปัญหาให้แรงงานอย่างถูกวิธี และประสบความสำเร็จให้มากที่สุด
สรุป
ผมไม่เล่าชีวิตที่ยากลำบากเท่าใดนัก เพราะไม่ว่าผมจะมีมรสุมชีวิตอย่างไร ผมไม่เคยเลยที่จะไม่ไปเล่นกีฬาออกกำลังกาย เพราะผมเชื่อเสมอว่ากีฬาเป็นยาวิเศษไม่เคยให้โทษ และกำลังใจก็จะตามมาเอง และระหว่างนั้นผมก็จะเสาะแสวงหาความรู้อยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าวันนี้จะได้ทำงานที่สบายขึ้นตามกับวัยที่สูงขึ้น แต่ก็ยังใช้วันหยุดไปจัดกีฬาให้แรงงานเหมือนเดิม เพราะถือว่าเป็นความสุขอีกแบบหนึ่งที่ผมคิดว่าใช่ เพราะแฟนก็เข้าใจ เพราะผมเกิดมาจากตรงนี้ คงไม่สามารถแยกจากมัน(กีฬา)ได้

發表迴響

你的電子郵件位址並不會被公開。 必要欄位標記為 *