新生命和火坑 ชีวิตใหม่กับมรสุมเพลิง

 2017 ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อ 泰文初選  

📜 ชีวิตใหม่กับมรสุมเพลิง

👤 Anan mr Srilawut

50 วันคนงานตายสองศพ นี่คือคำกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2016 และตรงนี้คือโรงงานที่ผมทำงานอยู่ทุกๆวันเป็นเวลาหลายปีมาแล้ว จากเหตุที่มีคนตายสองศพใน 50 วันนั้นเองทำให้ผู้คนกล่าวถึงชื่อเสียงของโรงงานแห่งนี้ ในแง่ที่น่าหวาดกลัวกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว มีคำถามตามมาด้วยว่า…”แล้วคนงานที่ทำงานกันอยู่ทุกวันนี้ล่ะเขาอยู่กันอย่างไร?” แต่ไม่มีใครที่สามารถตอบคำถามนี้ได้อย่างจุใจ ท่านที่ได้อ่านเรื่องราวที่ผมเล่ามานี้ก็คงสงสัยเช่นเดียวกับผม ใช่แล้วคุณต้องอยากรู้ ผมเองก็มีคำถามเดียวกันนี้ที่คาใจใคร่รู้อยู่ตลอดมาเช่นกัน “เขาทนเรื่องๆร้ายแบบนั้นกันได้อย่างไร?”
อย่างไรก็ดี ในปี 2017นี้ก็จะเข้าปีที่ 7แล้ว สำหรับการค้าแรงงานที่โรงงานต้มหลอมเหล็กที่เมืองธงเซียวประเทศไต้หวัน ที่นี่เป็นศูนย์ต้มหลอมเศษเหล็กทุกชนิดที่นำมาพร้อมด้วยสีต่างๆ และสารเคมีสารพัดชนิดที่ติดมาในเหล็กจากทั่วสารทิศ เพื่อต้มหลอมเข้ากับส่วนผสมที่เป็นสารเคมีและแร่ธาตุหลายชนิดเพื่อกำหนดคุณภาพของเหล็กแล้วต้มหลอมด้วยไฟฟ้าแรงสูงความร้อน 1590 องศาเมื่อได้น้ำเหล็กตามที่กำหนดแล้วจึงลำเลียงด้วยถังใหญ่ ย้ายลำเลียงด้วยเครนส่งไปตามจุดเบ้าหลอมเพื่อหลอมออกมาเป็นเหล็กแท่งขนาด หน้ากว้าง 4 นิ้ว คูณหนา 4 นิ้วและยาว 12 เมตร ให้ได้ปริมาณความยาว 3,648 เมตรเป็นอย่างน้อยต่อหนึ่งวันหนึ่งโรงหลอม ที่นี่มีสองโรงหลอม, สองโรงผลิตเหล็กเส้น, และสองโรงผลิตเหล็กแท่ง
เนื่องจากเป็นงานต้มหลอมเหล็กด้วยกำลังไฟฟ้าแรงสูงประกอบกับน้ำเหล็กร้อนที่แดงๆ ทุกวินาทีจึงอาจสามารถเกิดอันตรายร้ายแรงได้ทุกที่ อย่างน้อยก็มีบาดแผลไฟไหม้คนละจุดสองจุดเป็นอย่างน้อยต่อหนึ่งวัน บ่อยครั้งที่ผมต้องไปเยี่ยมเพื่อนที่บาดเจ้บต้องนอนโรงพยาบาล ในวันที่ผมเรียบเรียงเรื่องราวอยู่นี้ก็มีหนึ่งคนที่ต้องเข้าดรงพยาบาลเนื่องจากโดนน้ำเหล็กแดงๆ ราดที่ขา คนที่โชคร้ายกว่าก็ถึงกับแขนหรือขาพิการ บางคนก็ตาบอด คนที่แย่มากหน่อยก็กลายเป็นเจ้าชายนิทราอย่างคาดหวังชะตากรรมไม่ได้ ส่วนเพื่อนที่โชคร้ายที่สุดก็เสียชีวิตในหน้าที่ในโรงงานหลายต่อหลายคนในที่ตรงนี้เอง
ผมเองพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะปรับตัวให้คุ้นชินไม่หวาดกลัวกับความร้อนและแสงจ้าของมัน โดยทำใจว่า นี่คือสิ่งที่ไต้หวันให้โอกาสซึ่งบ้านฉันไม่มีให้ แต่ไม่ว่าจะพยายามสักเท่าไดก็ไม่เคยคุ้นชินกับมันได้ คงไม่มีใครที่ไม่เห็นด้วยกับคำถามที่ผมกล่าวถึงไปแล้วในตอนต้นที่ว่า “แล้วคนที่ทำงานอยู่ทุกวันนี้ล่ะเขารับมือกับสภาพงานกันอย่างไร?” ผมเองคิดเห็นเป็นอย่างนั้นเช่นกัน และผมยิ่งจำเป็นต้องรู้พร้อมกับต้องลงมือทำทุกวิธีเพื่อให้รับมือกับเรื่องร้ายๆที่อาจเกิดกับสุขอนามัยและชีวิตของตัวเองได้ทุกเวลา
จากงานที่อันตรายแถมไม่อาจควบคุมได้เช่นนี้ทำให้ผมหวาดกลัวและกังวลใจอยู่ทุกนาที บางวันผมนอนหลับยังต้องสะดุ้งตกใจกลัวในภาพเหตุการณ์ที่เห็นเพื่อนเจ็บเพื่อนตาย หลายครั้งที่ตื่นนอนมาแล้วผมไม่อยากจะลุกจากเตียงนอนมาเผชิญกับงานที่น่าสะพรึงกลัวนั้นเลย เพราะการที่เพื่อนเจ็บและที่ได้เห็นเพื่อนตายทำให้ผมเกิดความรู้สึกหวาดกลัว และมีอาการท้อแท้ใจ ผมตระหนักดีว่างานอาชีพของตัวเองเป็นอันตรายร้ายแรง อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ทุกนาที กับคำถามที่ว่า “แล้วคนงานที่ทำงานอยู่ที่นั่นทุกวันนี้ล่ะเขาอยู่กันได้อย่างไร?” ผมขอตอบว่า ผมไม่รู้กับคนอื่นว่าเขาคิดกันอย่างไร แต่ส่วนของตัวผมเองผมเห็นว่ามันเป็นความน่าสะพรึงกลัวในส่วนที่จะเป็นอุบัติเหตุร้ายแรง ผมบอกตรงๆว่าเคยน้อยใจในโชคชะตาตัวเองอยู่หลายครั้งว่าทำไมเราถึงโชคร้ายและต้องมาทนทุกข์ใจในสภาพเช่นนี้? แต่บางช่วงเวลาที่ไม่เกิดเหตุร้ายขึ้นในช่วงหลายชั่วโมงผมก็มีกำลังใจฮึดสู้ต่อเพราะจะนึกถึงครอบครัวที่รอคอยความหวังกันอยู่
อันที่จริงแล้วทุกๆทีไม่ใช่เฉพาะในโรงงานนี้เท่านั้นที่มีอันตรายได้ ทุกๆที่ก็มีได้เช่นกันและไม่อาจมีใครรับประกันได้ว่าเรื่องร้ายๆ จะไม่เกิดกับตัวเอง มันอาจเกิดกับใครเวลาไหนก็ได้ไม่เว้นกระทั่งคนที่ดูเหมือนว่าเพรียบพร้อมทุกอย่างก็ตาม ทุกวันนี้เรื่องร้ายๆเต็มไปหมด สงครามทำให้ทหารและชาวบ้านล้มตาย อาชญากรรมทำให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องเสียชีวิต อุบัติเหตุร้ายแรงและโรคภัยที่อาจทำให้คนสูญเสียอวัยวะก็เกิดได้กับทุกคน ไม่ว่าจะยากดีมีจนหรือคนวัยไหน และยังมีภัยธรรมชาติ ซึ่งมันอาจทำลายล้างไต้หวันหรือที่เมืองไทยบ้านของฉันตลอดจนทุกชุมชนทั่วโลกได้โดยไม่เลือกหน้า บางครั้งท่านคงเคยพบเหตุการร้ายบางอย่างกับตัวเองมาแล้วอย่างน้อยก็ครั้งหนึ่ง
เพื่อจะเข้าใจได้ว่าเพราะอะไรผมถึงทนอยู่ที่นี่ได้ ผมขออนุญาตกล่าวย้อนกลับไปถึงบ้านเกิดของผมที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เบื้องหลังชีวิตทีผมจะกล่าวถึงสั้นๆนี้คงทำให้ท่านที่รักพอเข้าใจได้ว่าผมยังอดทนอยู่ในมรสุมเพลิงนี้ได้อย่างไร ผมเกิดที่จังหวัด 101 ที่ท้องถิ่นนั้นเป็นพื้นที่ราบสูงและแห้งแล้ง อาชีพหลักคือการทำนาซึ่งทำได้เพียงปีละครั้งโดยอาศัยน้ำฝนจากฟ้าเท่านั้น ถ้าปีไหนฝนตกน้อยก็ทำนาไม่ได้ผลดี ถ้าปีไหนมีฝนมากไปก็ทำให้เสียหายได้เช่นกัน การพึ่งพาน้ำฝนปีละครั้งจึงเป็นอะไรที่คาดหวังได้ยากและแก้ไขไม่ได้เลย จึงไม่แปลกที่คนในท้องถิ่นตะวันออกเฉียงเหนือของไทยจะเป็นกลุ่มคนที่ยากจนและด้อยโอกาสที่สุดในประเทศไทย เด็กๆไม่อาจคาดหวังอนาคตทางการศึกษาได้เท่าไดนัก แล้วความฝันที่จะจบการศึกษาระดับปริญญาหรือต้องการจะมีที่ดินปลูกบ้านสักหลัง และปราถนาจะมีรถใช้สักคันมันเป็นเรื่องที่ไม่กล้าแม้แต่จะคิดในห้วงเวลานั้น
แม้รัฐบาลจะพยายามช่วยแก้ไขความจนยากของคนในท้องถิ่นนี้ด้วยโครงการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการศึกษา, งานอาชีพ, หรือมีโครงการณ์ใหญ่ๆเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ,ให้การช่วยเหลือด้านการแพทย์ ประชาสงเคราะห์ร่วมทำทุกวิถีทางแต่ดูเหมือนจะช่วยได้ไม่เต็มที่ สภาวะเช่นนี้ผมถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรงไม่แพ้สงครามเลยทีเดียว เพราะการต่อสู้กับความยากจนไม่มีกำหนดเวลาและไม่สามารถยุติได้ด้วยการเจรจาสันติภาพ “ผมจะไม่ยอมให้ครอบครัวผมต้องตกอยู่ในสงครามความจน” นี่คือสิ่งที่ผมตั้งปณิธาณไว้นานแล้วเมื่อตอนอยู่บ้าน
ในวันที่เหนื่อยล้ากาย ในวันที่ใจท้อแท้ใจ ผมจะหาพลังใจจากที่ไหน? ที่เมืองธงเซียวแห่งนี้มีภูเขาเล็กๆ อยู่กลางตัวเมือง หรือจะพูดว่าเมืองล้อมรอบภูเขาก็ได้เช่นกัน ภูเขานี้อยู่ใกล้สถานีรถไฟ และไม่ห่างจากโรงงานที่ผมอยู่มากนัก ผมเองสามารถปั่นจักรยานไปถึงภูเขานั้นได้และเดินชมความอัศจรรย์ของธรรมชาติขึ้นบันไดไปสู่จุดสูงสุด ซึ่งบนจุดสูงสุดนั้นเองที่ทำให้ผมมองเห็นทะเลกว้างใหญ่อยู่ทางทิศเหนือและภูเขาสีเขียวจางๆปนดำทะมึนทางด้านทิศไต้ มันทอดตัวยาวจากตะวันออกจรดตะวันตก ส่วนทางพื้นราบที่มองเห็นต่างระดับลงมาจากภูเขานั้นผมเห็นทางด่วนหมายเลข 3 ที่มีรถวิ่งไปมาจากทางด้านเมืองหนานโถวกับทางชินจู๋ ส่วนด้านพื้นราบข้างล่างยังมองเห็นนาข้าวสีเขียวสดเหมือนพรมทีปูไว้เป็นผืนใหญ่ ในส่วนที่เป็นซอกซอยก็มีรถวิ่งสวนทางกันอยู่ไม่ขาดทั้งยังมีผู้คนเดินไปมาไม่เคยขาดระยะเช่นกัน รถทุกคัน คนทุกคนเขาก็มีภารกิจและความจำเป็นเช่นกันทั้งนั้น ห่างออกไปในส่วนใดส่วนหนึ่งของโลกที่ผมมองจากจุดนี้ไม่เห็นด้วยสายตา แต่ผมสัมผัสได้จากมโนภาพประกอบกับข่าวสารจากสื่อต่างๆที่ได้รับชมมา ข่าวเหล่านั้นทำให้ผมรู้ว่าแท้ที่จริงทุกคนก็มีความจำเป็นของเขาเอง ทุกคนในทุกที่อาจจะมีความท้อแท้ใจทุกข์ระทมใจมากยิ่งกว่าผมตอนนี้ด้วยซ้ำ
ความทุกข์ยากใจมันเกิดได้ทุกที่ หลายดินแดนในวันนี้มีภัยสงคราม ผู้คนต้องทิ้งบ้านพลัดพรากจากคนที่รักอย่างไม่รู้ชะตากรรม หลายคนเจอปัญหาธุรกิจล้มละลาย บางท้องที่ประสบภัยธรรมชาติพืชผลการเกษตรเสียหายสิ้นเนื้อสิ้นตัว บางท้องที่อดอยากขาดอาหาร ผู้คนที่มีความเมตตาสงสารได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบความทุกข์ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรด้านการแพทย์ทำงานวันละหลายชั่วโมงเพื่อช่วยคนป่วยหรือบาดเจ็บ พนักงานดับเพลิง, ทหาร, ตำรวจและอาสมัคร ต่างช่วยกันป้องกันและบรรเทาความทุกข์ของประชากรโลกแต่ความทุกข์ไม่ได้ลดน้อยลงเลยผู้คนเหล่านั้นยังทุกข์ใจแสนสาหัสอยู่
“ฉันทุกข์ใจแทบแย่” ตอนนี้ผมสมควรพูดอย่างนั้นไหม? คิดดูดีๆ เมื่อเทียบกับคนอื่นๆที่มีทุกข์อยู่ในที่ต่างๆแล้วผมเห็นว่าตัวเองโชคดีแค่ไหนที่มีชีวิตมายืนอยู่บนยอดเขาสูงตรงนี้อย่างปลอดภัยอวัยวะอยู่ครบ ในแต่ละวันยังมีคนมากกว่า 800 ล้านคนทั่วโลกที่ต้องเข้านอนด้วยท้องที่ยังหิว หลายล้านคนที่ต้องข่มตาหลับในขณะที่พลัดพรากจากคนที่รักอย่างไร้ความหวัง
บันไดขั้นสุดท้ายที่ผมจะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของภูเขาแห่งเมืองธงเซียวนี้มันบอกผมว่า…”เพียงแค่ข้ามบันไดขั้นนี้ไปแค่นั้นเองคุณจะได้พบกับทัศณียภาพ และโกทัศน์ที่แตกต่างจากด้านล่าง แต่ถ้าคุณถอยหลัง ก็ต้องลงไปอยู่จุดจุดเดิมที่เป็นแบบเดิมๆไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง”ชีวิตคนก็ต้องก้าวข้ามอุปสรรคปัญหาไปก่อนจึงจะพบจุดต่างที่สูงขึ้นไปได้ สู้สู้สิอนันต์!! เติมน้ำมันให้เต็มถัง สู้เพื่อคนที่เฝ้ารอความหวังอยู่ที่บ้าน จงทำให้ตาที่เศร้าหมองมันสว่างขึ้น แขนขาที่ห้อยหย่อนอ่อนแรงทำให้กระฉับกระเฉงเข้าไว้ ใครๆก็ทุกข์เหมือนเราได้แต่เพื่อเป้าหมายที่มีอย่างชัดเจนเราควรสู้ต่อมุ่งมั่นไป เรานี่ล่ะที่เก่งที่สุด เรานี่แหล่ะที่จะสร้างฝันของเราให้สำเร็จได้ไม่ใช่ใครที่ไหนจะมาช่วยเราได้
ที่จริงผมน่าจะพึงพอใจในสิ่งดีๆที่ซ่อนมากับความยากลำบากของงานที่อันตรายแห่งนี้ เพราะในความทุกข์ยากและอันตรายจากมรสุมเพลิงแห่งนี้ได้ให้สิ่งที่ดีมากมายพอที่จะเปลี่ยนอนาคตและให้ชีวิตใหม่แก่ครอบครัวของผมได้แบบจากดำเป็นขาวเลยทีเดียว ท่านคงยังจำที่ผมพูดถึงเบื้องหลังชีวิตของผมว่าตอนอยู่เมืองไทยผมลำบากอย่างไร การศึกษา ลูกๆผมทั้งสองคนได้เรียนในระดับชั้นที่เขาต้องการได้สำเร็จ ผมเองก็แบ่งเวลาไปเรียนศาสนศาสตร์ระดับปริญาตรีที่ ซานฉง ไต้หวัน กำลังจะจบการสึกษาเช่นกัน ผมสามารถมีที่ 800 ตารางวาและมีบ้านหลังใหม่ที่กำลังจะเสร็จสมบูรณ์เร็วๆนี้ ผมสามารถมีรถเก๋งและมอร์เตอร์ไซค์หลายคัน สิ่งเหล่านี้เมื่อก่อนผมไม่กล้าแม้แต่จะคิดฝัน แต่เพราะภายไต้มรสุมเพลิงนี้แท้ๆที่ให้ชีวิตใหม่แก่ครอบครัวของผม

เพราะว่าเรื่องร้ายๆที่เกิดขึ้นกระตุ้นให้ผมมองไปสู่เป้าหมายที่ชัดเจนและมองให้มีคุณค่ามากขึ้น ผมเองซึ่งมีภาระความจำเป็นและขัดสนปัจจัยพื้นฐานทางครอบครัวอยู่มากจึงต้องปรับตั้งใจรับสภาพให้ได้ โดยสำนึกอยู่ตลอดเวลาว่า ในฐานะหัวหน้าครอบครัว ผมต้องอดทนและใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อแก้ไขหรืออย่างน้อยก็บรรเทาความขัดสนในครอบครัวให้ได้ด้วยงานอาชีพที่โรงงานนี้และประเทศไต้หวันกรุณาให้โอกาสผมเช่นตอนนี้ ผมขอสู้อดทนลำบากคนเดียวเพื่อให้ลูกได้รับการศึกษาที่ดี เพื่อเขาจะได้ไปพบโอกาสที่ดีกว่าอดีตของผมและไม่ต้องมาเผชิญชะตากรรมที่เสี่ยงภัยอย่างผมที่เจออยู่เวลานี้
เกล็ดเล็กเกล็ดน้อยจากเห็ตุการณ์ต่างๆที่คนทำงานอย่างผมจะต้องเจอทั้งก่อนและหลังอุบัติเหตุผมได้นำมาใคร่ครวญประมวลไว้และถือเป็นกฎความปลอดภัยสำหรับตัวเองและเพื่อนสนิทดังที่จะกล่าวอธิบายได้บ้างดังต่อไปนี้
เมาเหล้าเวลาทำงาน ไม่ควรเมาเด็ดขาดเพราะการเมาเหล้าทำให้ประสาททำงานไม่ประสานกันกับอวัยวะทุกส่วน คิดช้าลง, ขาขยับช้าผิดจังหวะ, แขนและมือออกแรงไม่ถูกจังหวะกับความจำเป็นตามต้องการ มัน อาจทำแรงไปหรือเบาเกินไปในงานที่ต้องใช้ความแม่นยำสูง ดังนั้นอาการเมาจึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่อุบัติเหตุรุนแรงได้
อาการง่วง สิ่งนี้ทุกคนที่ทำกะกลางคืนต้องเจอเพราะการนอนกลางวันแล้วทำงานกลางคืนจนเช้านั้นมันเป็นเรื่องผิดธรรมขาติของมนุษย์ ผมสังเกตเห็นว่าเวลาที่ง่วงจัดๆ หนังตาจะหนักมาก, ลืมตาไม่ค่อยได้, ประสาททำงานไม่สัมพันธ์กับมือและจำอะไรที่ทำไปเมื่อสองสามนาทีที่ผ่านมาไม่ได้เลย การที่ทำให้ประสาทตื่นตัวอยู่เสมอช่วยได้ไม่มาก การที่นึกอยู่เสมอว่าเราอยู่ท่ามกลางแสงไฟที่สว่างจ้าที่สุด อันนี่ก็ช่วยได้บ้าง ส่วนการที่จะจัดให้ร่างกายได้พักหลับสนิทสักห้าหรือสิบนาทีสิ่งนี้ดีที่สุด “โชคดีที่งานของผมเปลี่ยนผลัดกันทุกหนึ่งชั่วโมง” จึงบรรเทาความง่วงจนเบลอและช่วยผมปลอดภัยมาได้ อย่างน้อยก็จนถึงวันนี้
ความประมาทท้าทาย มีหัวหน้าคนงานที่ประมาทเดินเหยียบสายไฟฟ้าของตู้เชื่อมเหล็กคืนก่อนนั้นมีฝนตกหนักน้ำท่วมทั่วบริเวณ แต่เขาเชื่อว่ารองเท้าเซฟตี้จะช่วยป้องกันเขาได้แต่กลับโดนไฟฟ้าช๊อตเพราะรองเท้ามีความชื้นผลสุดท้ายคือ…เสียชีวิต เพื่อนคนงานอีกคนเขาได้โยนตะขอใหญ่เข้าไปที่กองเหล็กที่ตัดไว้แล้วสั้นๆ หลายขนาดรวมกัน ผลปรากฏว่าเหล็กใหญ่กระแทกเหล็กสั้นในกองทำให้กระดอนกลับมาโดนลูกตาตัวเองทำให้นัยตาแตกทันที หลังจากนำตัวส่งถึงแพทย์ต้องถูกสวมลูกตาพลาสติกแทนตลอดไป นี่คือความประมาทที่นำไปสู่อุบัติเหตุรุนแรง
ความไม่เข้าใจและการไม่คุ้นชิน สิ่งนี้ก็เป็นปัญหาได้เช่นกัน การทำงานกับเครื่องมือมันอาจช่วยทุ่นกำลังคนได้มากก็จริง แต่การไม่เข้าใจวิธีการใช้เครื่องมือที่ถูกต้อง, การไม่เข้าใจวิถีและรัศมีของระยะปลอดภัยก็เป็นสาเหตุนำไปสู่อันตรายได้ อย่างเช่นช่างไฟฟ้าที่เข้าไปซ่อมเครื่องแยกเหล็กแท่ง แต่โดนเครื่องกระแทกอัดกำแพงคอนกรีตเสียเองเพราะเผลอเรอ ส่วนแรงงานไทยที่ค่อนข้างจะขาดประสบการณ์ด้านภาษาจีนกลางลาษาอังกฤษทำให้การเตือนภัยด้วยภาษาต่างถิ่นไร้ประโยน์และนำไปสู่อันตรายได้
โอกาสของคนเรามันมีได้ไม่บ่อยครั้ง ถ้าเรารักษาโอกาสที่ได้และทำมันให้เต็มความสามารถสุขุมและอดทนต่องานอาชีพนั้นๆ จะต้องมีผลตอบสนองมาแน่นอน อย่างเจ้านายและประเทศไต้หวันให้โอกาสผมตอนนี้มันมีผลให้ชีวิตครอบครัวของผมเปลี่ยนไปในทางที่ดี ถึงแม้นว่าเส้นทางชีวิตช่วงระหนึ่งจะเจอความยุ่งยากใจและหวาดวิตกบ้าง แต่ผลรางวัลที่ตอบแทนมันคือความหอมหวานและภาคภูมิใจ
จะผิดตรงไหนหากผมจะบอกกับไต้หวันและใครๆไปว่าที่ไต้หวันผมพบทั้ง….”ชีวิตใหม่กับมรสุมเพลิง”


◎คำติชมของกรรมการ

ชีวิตใหม่กับมรสุมเพลิงสามารถนำผู้อ่านเข้าถึงเรื่องราวได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่ประโยคแรก

ผู้เขียนบรรยายได้ละเอียดลออ ให้เราได้เข้าไปสัมผัสความน่าสะพรึงกลัวของโรงงานต้มหลอมเหล็ก ฉุกให้เราคิดว่าแค่เพื่อเงินเดือนที่มากกว่าที่จะส่งกลับไปเลี้ยงครอบครัวให้สะดวกสบาย แรงงานชายไทยต้องเอาชีวิตของตัวเองไปเสี่ยงกับงานที่มีโอกาสสูงที่จะทำให้บาดเจ็บ พิการ หรือเสียชีวิตเลยหรือ

เรื่องราวของเขาคล้ายคลึงและเป็นเสมือนตัวแทนของแรงงานชายอีกหลากหลายทั่วโลกซี่งทำงานอยู่ในโรงงานหรือไซต์งานที่ไม่ปฎิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย

ผู้เขียนได้บรรยายเกี่ยวกับสถานภาพทางสังคม (social background) ของคนในภาคอีสานซึ่งมีพื้นดินแห้งแล้ง ส่งผลต่อการเกษตรและเศรษฐกิจ ซึ่งผลักดันให้คนอีสานจำนวนมากต้องออกจากบ้านเกิดภูมิลำเนาเพื่อไปหาโอกาสที่ดีกว่า ทั้งในภาคอื่นของประเทศไทย และต่างประเทศรวมถึงไต้หวัน อีกทั้งยังได้ถ่ายทอดข้อคิดจากประสบการณ์ส่วนตัว ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับแรงงานไทยที่จะมาทำงานในไต้หวันในอนาคต

ผู้เขียนใช้ภาษาได้อย่างสละสลวย และมีความสามารถในการอุปมาอุปไมย เช่นการเปรียบเทียบความจนเสมือนสงครามที่ไม่มีวันจบและไม่สามารถยุติได้ด้วยการเจรจาสันติภาพ


📜 新生命和火坑

👤 Anan mr Srilawut

50天死了2位勞工,這是2016年發生事情後的說法。這裡是我工作好多年的工廠,50天內死了2人的事,使得很多人提到這間工廠時充滿了恐懼,負面的消息很快就散播出去,並有人問「那在裡面工作的人,他們是怎麼過的?」但是沒有人可以給個滿意的答案,讀我故事的人應該也有相同疑問,對!你一定想知道,我心裡一直也想直到答案:「他們怎麼忍受那樣的痛苦呢?」

不論如何,2017年這間位於通宵鄉的煉鐵工廠邁入第七年了,這間工廠是冶煉所有種類的鐵還有各種化學用品的工廠,冶煉好了之後與化學融在一起,以決定鐵的品質。接著要用高壓高溫約1590度把它做成鐵柱,寬4寸,厚4寸,長12米,一天至少要做大概3648米,這裡有兩間工廠,兩間做鋼棒,兩間做鐵柱。

由於是高溫高壓製作,每分每秒都有可能發生危險,每天至少都會有一兩處受傷,很多時候我要到醫院探望我的同事。在我寫這篇文章當天,有一個同事也受傷了,更糟糕的是,有人手腳殘廢、也有人失明,最糟的也許變成植物人。而我的朋友最不幸,他和很多人一樣,殉職了。我盡我所能克服這些恐懼、溫度、亮度,我說服自己這是台灣給我的機會而泰國沒有,但不論怎麼克服我還是不習慣,應該沒有人同意我文章開頭提到 「目前在裡面工作的人他們怎麼應付工作」。我也這麼認為,於是我更要知道怎麼應付無法控制的危險,如何確保自身安全,我每分每秒都在害怕和擔心,有時候我在睡覺還會被那天的畫面嚇醒,我看到我朋友受傷甚至死亡,很多時候我醒來根本不想起床面對那份可怕的工作,因為看到朋友受傷和死亡讓我很害怕、很氣餒,我知道我的工作是非常危險的,隨時都可以死亡。剛剛的問題「那在裡面工作的人,他們是怎麼過的?」 我的答案是:「我不知道別人怎麼想,但我認為發生意外的時候非常可怕,我曾想上帝對我不公平,為什麼我如此不幸被送到這個地方來?但是沒有發生意外的時候,我會打起精神,因為我想到正在等著我的家人」。

其實,不只這間工廠才會發生危險,每個地方都有可能發生危險,也沒有人敢保證不幸的事不會發生在自己身上,危險隨時會發生在任何人身上,就算看起來很完美的人也無法逃避。今天到處有很多不好的事情,戰爭使得軍人和人們死亡,恐怖攻擊使無辜者死亡,嚴重意外和病情使人失去了身體部位,不論貴賤或什麼年齡層都可能發生危險。還有自然災害,都有可能掃遍台灣或者我的家鄉泰國甚至世界各個角落。有時候你也曾遇到不幸的事至少一次。

為了讓大家理解我為什麼可以忍受這種地方,請容許我回到我位於泰國東北的家鄉,我的人生背景,應該可以讓親愛的各位夠理解為什麼我可以忍受在這個火窟裏面。

我出生於黎逸府,那是一個高原和乾旱的地方,主要務農,一年只能收成一次,只能靠雨水,如果遇到旱災沒有水,收成就會不好,如果遇到雨水充沛,農作物也會受到損害,只能靠一年一次的雨水是很難預測也無法改變,所以不奇怪為什麼住在泰國東北方的人屬於比較貧窮和劣勢的族群。小朋友們無法把自己的未來寄託在教育上,想要大學畢業或有塊土地蓋房子的夢想,或想擁有一台車的想法,都是奢侈的。雖然政府努力的要改善,成立許多計劃案,但不論是教育計畫、職業或各大刺激經濟的計畫,醫療救助或其他各種救助方法,都無法全力的推動,這樣的狀況跟戰爭差不多,因為與貧窮地方是沒有時間的上限也無法去協調。 「我不允許我的家庭在貧窮的戰爭中」 這就是我堅持的理想。

精疲力盡,身心疲憊的時候,我要去哪裡尋找力量?在通宵這個地方有座小山位於城市中央,或說這個城市有山環繞也可以,這座山離火車站很近,離我的工廠不遠,我可以騎腳踏車到那座山,並且爬樓梯到山的最高處欣賞自然的美景,而在最高處我可以看到北邊的大海、綠色的山在南邊,山從東邊延伸到西邊。我在山下的平地看到國道三號,有很多車子來來往往,從南投和新竹穿插著,我還看到綠油油的稻田就像大大的地毯,各大小巷弄也有很多車子,還有人們來來往往,每台車每個人都有自己的事情要忙。在我看不到的世界,也許是世界的某處,我可以從新聞得到的資訊加上自己的想像,那些新聞讓我知道每個人都有自己的痛處,每個人在每個地方可能比我還要難過。

痛處隨時隨地都會發生,很多地方還有戰爭,人們必須拋棄自己的家人;很多人生意失敗破產;有的地方遇到天災農作物受損;有些地方缺乏糧食,心地善良的人們給予支助。醫療方面,他們一天工作好幾個小時,為了搶救病人或受傷的人,消防員、軍人、警察和志工,都紛紛幫忙和減少人們的痛苦,但是痛苦並沒有減少,他們仍然困在痛苦之中。

「我好痛苦」現在我應該這樣說嗎?想來想去,比起其他正在痛苦中的人,我覺得自己有夠幸福,可以安全的站在這座山上。每天有大約8億人餓肚子入睡,好幾百萬人忍痛睡覺的同時失去了愛人,我踏上通往這座山的最後一個階梯告訴我 「只要我跨過去,你就會看到不同於下面的景象和風景,如果你退後,你就會回到原點,沒有任何改變」。人們必須克服困難才會發現不一樣的高點,加油安南!加油加油,努力為了就是家人的希望,點亮難過的眼睛,手腳加快,任何人都跟我們一樣難過,但是為了目標,我應該要奮鬥,我最棒了,我要成功的築夢,沒有任何人可以幫我。

其實我應該為藏在這危險的地方說點好處,在這痛苦和危險中帶給我和家人的未來一定程度的變化,可以說是從黑變白。如果你還記得,前面提到我的背景、在泰國我有多辛苦,但是我的兩個小孩可以完成他們想要的學歷,我本身也到三重上大學部的課,快畢業了;我能夠擁有新的房子,快蓋好了。我擁有車子和很多台機車,這些東西之前我連想都不敢想,但因為這間火窟給了我新生命。

這些事情刺激了我,讓我更清楚更重視我的目標,我有不可避免的職責和缺乏一個家庭該有的基本條件,所以我必須適應它,永遠記得身為一個家庭的領導者,要忍耐並努力改變家庭的基本條件。透過這份工作和台灣給了我機會,我願意一個人承擔,讓我的孩子們有更好的教育程度,為了讓他們可以有更好的機會,不要像我一樣遇到處處危險的環境中。

我遇到各種狀況的一些心得,不論是意外之前或之後,我反省了之後把它當作前車之鑑,轉述我的經驗是為了自己和朋友的安全。例如:

「上班的時候喝醉」:絕不可以喝醉,因為酒會傷害神經和身體部位,使得頭腦變慢,手腳變慢,無法計算工作的節奏,有時候力氣太大會太小會影響精準度,所以喝醉會帶來無法想像的後果。

「睏」:這是做夜班的人都會遇到,因為白天睡覺晚上工作是違反人體時鐘,我發現當很睏的時候,眼皮會很重、無法睜開眼睛、無法集中精神,甚至剛過2-3分鐘的事情也會忘記。集中精神其實沒什麼幫助,讓自己在光線很強地下工作也許會比較好,但是讓自己休息5-10分鐘是最好的,還好我的工作每個小時輪一次,才讓我降低頭腦不清的程度,至少我還活到今天。

「粗心大意」:有一個組長不小心才剛剛積水的電線,但是他相信他的鞋子可以保護他,後來他被電了,因為鞋子有高濕度,最後他死了。另外一個同事把勾子丟到已經剪好各種長短的鐵堆裏面,結果長的鐵撞到比較短的導致鐵反彈到自己的眼睛,醫生必須幫他裝人工眼睛。這就是因為粗心大意導致的意外。

「不了解和不習慣」:這也會造成問題,機器確實可減少人力,但是如果不知道正確的使用方法、不知道安全距離,也會導致危險。就像一位修機器工程師,還是會不小心撞到水泥牆;而泰國勞工缺乏中文和英文能力,導致外語的警告對他們毫無意義也會造成危險。

人們的機會不常有,如果我們懂得珍惜、盡心盡力並且忍耐,一定有好的成果。就像我的老闆和台灣給了我機會,我的家庭狀況才會好轉,雖然在人生這條路上會遇到麻煩和難過,但是我的結果是甜蜜的,我也非常榮幸。如果我告訴台灣和即將要到台灣工作的人說:這裡有「新生命和火坑」,應該也沒有錯吧!


◎母語評審評語:

新生命與火坑能讓讀者在第一句就快速的了解故事的內容

筆者詳細的描述讓我們感覺到鐵工廠的危險,讓我們想到泰國勞工必須冒著生命危險換取高薪為了讓家人有比較好的生活,而該工作除了危險還會讓人受傷、殘廢甚至死亡。

他的故事可以代表全世界很多男性勞工在不符合安全標準的場所工作。

筆者描述泰國東北的社會背景,是一個乾旱的地方,影響農業產值和經濟,於是很多人不得不離開家鄉到泰國其他地區或國外包括台灣尋找更好的機會。同時還傳遞個人經驗,想必對於未來要來台灣工作的人有幫助。

筆者用巧妙的文字,善於比喻,如將貧窮比喻為無止盡的戰爭,無法和平來調停。

發表迴響

你的電子郵件位址並不會被公開。 必要欄位標記為 *