เพื่อคนข้างหลัง

 2018 ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อ 泰文初選  

📜 เพื่อคนข้างหลัง

👤 นางสาว วนิดา ชาสงวน

 

  “เมื่อไรที่เจ้าเหนื่อยล้า ท้อ และมีปัญหาเข้ามาเมื่อไร ให้เจ้าคิดเสมอว่ายังมีคนทางบ้านที่คอยเอาใจช่วยเสมอ” คือคำที่พ่อแม่บอกไว้ก่อนจะก้าวขาออกจากบ้านมา ฉันจำคำสอนนี้ขึ้นใจ และบอกกับตัวเองว่าต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เพื่อตัวเองและคนข้างหลัง

ประเทศไต้หวัน คือประเทศที่ฉันนั้นเลือกมาขายแรงที่นี่เพราะด้วยการศึกษาที่ต่ำและมีทุนน้อยฉันจึงมีตัวเลือกไม่มากนัก เริ่มแรกคือการสมัครงานสอบสัมภาษณ์งานในวันนั้นมีโควต้ารับพนักงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จำนวน 200 อัตรา แต่คนที่ไปสมัครด้วยกันมีมากกว่า 500 คน ตอนนั้นฉันไร้ซึ่งความหวังว่าจะสอบผ่านเพราะคนหางานเยอะเหลือเกิน แต่แล้วฉันก็ยังโชคดีที่สอบผ่านมาได้ ประมาณ 1 เดือนต่อมาก็ถึงกำหนดบิน ถึงแล้วถึงเวลาที่ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนแล้ว พ่อแม่จัดบายศรีสู่ขวัญญาติพี่น้องต่างมาร่วมผูกข้อไม้ข้อมือเพื่อให้เป็นสิริมงคลและอวยพรให้แก่ฉัน น้ำตาไหลมาเมื่อไรก็ไม่รู้เมื่อถึงวันที่ต้องจากบ้านจากพ่อแม่ไปไกลขนาดนี้มันรู้สึกใจหายมาก ฉันปาดน้ำตาทิ้งไปและบอกกับตัวเองว่าต้องอดทนเพื่อตัวเองและครอบครัวต้องทำให้ได้ เมื่อมาถึงไต้หวันแล้วสิ่งที่รับรู้ได้อย่างแรกคือ ฉันรู้สึกหนาวมากเพราะมาตรงกับช่วงฤดูหนาวของไต้หวันพอดี ทั้งลมแรงและฝนตกทำให้ฉันปรับตัวไม่ทันเป็นหวัดไปหลายวันเลยทีเดียว เริ่มงานวันแรกก็จะยากหน่อยเพราะเป็นงานอิเล็กทรอนิกส์งานค่อนข้างละเอียดมาก ทั้งภาษาที่เราสื่อสารยังไม่รู้เรื่องก็อาศัยคนงานที่อยู่ก่อนช่วยแปลให้ เรื่องอาหารการกินที่ไต้หวันนี่ต่างจากไทยมากเนื่องจากไทยอาหารจะมีรสจัดมากแต่ไต้หวันค่อนข้างจะจืดแต่ได้มาแล้วจะยังไงก็ต้องกินอยู่ให้ได้ ไต้หวันนี่เป็นเมืองที่น่าอยู่มากนะในความคิดของฉัน เพราะเป็นเมืองที่สะอาดไม่มีขยะทิ้งขว้างให้เห็นเลย ผู้คนอัธยาศัยดีนะมีน้ำใจช่วยเหลือ มีระบบรักษาความปลอดภัยดีมีกล้องวงจรปิดทุกเส้นทางดูแล้วอุ่นใจดีกล้าไปไหนมาไหนแบบไม่ต้องกลัวอะไรเลยล่ะ มาทำงานต่างประเทศสิ่งที่หวังคือเงินรายได้ที่ค่อนข้างสูงเพื่อจะส่งให้พ่อแม่คนข้างหลังที่คอยเราอยู่ได้ใช้ได้อยู่อย่างสบาย อีกส่วนก็เพื่อเก็บไว้เป็นเงินออมสำหรับอนาคตตัวเราเอง แต่ก็ต้องยอมรับว่าเงินที่ได้มาแต่ละบาทนั้นช่างยากเย็นเหลือเกินด้วยงานที่หนักหน่อยและเมื่อตอนที่ฉันนั้นยังทำงานไม่เป็นยังไม่รุ้จักระบบและขั้นตอนในการทำงาน บางครั้งที่เราทำงานพลาดก็เป็นธรรมดาที่จะมีโดนด่าบ้าง โดนหักเงินบ้าง กลับมาหอนอนร้องไห้บ้างก็มี บางวันก็เหนื่อยจนเลิกงานกลับมาแล้วนอนหลับเลยข้าวไม่ได้กินก็มี ฉันใช้เวลาอยู่ 2 เดือนกว่าจะเรียนรู้งานและทำงานทุกอย่างด้วยตัวเองได้ พอเราเข้าใจในงานและสามารถทำได้แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ฉันใช้ชีวิตแบบนี้ตื่นนอน ทำงาน เลิกงานกลับมานอนพัก พอเงินเดือนออกก็ส่งกลับบ้านเป็นแบบนี้ก็มีความสุขดี มีงาน มีเงินเดือนส่งบ้านใช้เองบ้างซื้อความสุขให้ตัวเองมีเก็บบ้าง เที่ยวบ้างแต่ไม่บ่อยเพื่อดูวิถึชีวิตเรียนรู้ปรับตัวเพื่อให้เข้ากับประเทศให้ได้มากที่สุด เรียนรู้ภาษาไปด้วยอย่างน้อยๆก็ภูมิใจนะที่ฉันต้นทุนต่ำไม่ได้เรียนสูงๆเหมือนคนอื่นๆเขาแต่ฉันก็ยังสามารถมาทำงานไต้หวันได้และยังพูดภาษาจีนกลางได้ถึงจะได้ไม่มากไม่ได้ฟังรู้เรื่องทั้งหมดก็ตามแต่ฉันก็จะยังพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆฝึกพูดฝึกฟังให้ได้มากที่สุด คนไต้หวันเองก็ชอบสอนฉันพูดเมื่อว่างจากงานเขาจะชอบมาพูดคุยด้วยอะไรที่ไม่เข้าใจ เขาจะพยายามอธิบายให้เข้าใจจนได้ บางครั้งที่เราพูดผิดเขาไม่เคยหัวเราะแต่จะสอนพูดให้ถูกต้อง ฉันจึงไม่เคยอายที่จะพูดกับเขา เพราะคนไต้หวันใจดีนี่เอง

การเป็นแรงงานข้ามชาติทำให้ฉันได้มีประสบการณ์เพิ่มขึ้นหลายอย่าง จากเด็กที่เคยทำงานอยู่แต่บ้านไม่กล้าไปไหน แต่วันนี้ฉันไม่ใช่คนเดิมแล้วฉันกล้าที่จะไปทำงานที่ไหนก็ได้ขอแค่เราไปแบบถูกกฎหมายเราก็ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น ขอบคุณไต้หวันที่ทำให้ฉันมีวันนี้ วันที่ฉันเข้มแข็งเป็นตัวของตัวเองจากเด็กที่เดินร้องไห้จากบ้านมาวันนั้นวันนี้ฉันไม่ร้องไห้แล้ว เพื่อพ่อแม่คนข้างหลัง

發表迴響

你的電子郵件位址並不會被公開。 必要欄位標記為 *