เสียงหัวใจคนไกลบ้าน

🇹🇭 2020 ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อ 泰文初選 🇹🇭

📜 เสียงหัวใจคนไกลบ้าน
👤 อภิชาติ อาญาพยัคฆ์

ผมเป็นอีกหนึ่งคนที่เลือกเดินทางจากถิ่นฐานบ้านเกิดเพื่อมาทำงานอยู่ในพื้นที่ต่างแดน จากยอดเขาสูงพื้นที่ที่ความเจริญยังเข้าไม่ถึง ระบบสาธารณูปโภคที่เรียกได้ว่ายังขัดสน ผมเห็นภาพเหล่านี้มาตั้งแต่จำความได้สิ่งที่จะทำให้ครอบครัว และชีวิตของผม มีลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ผมมองเห็นอยู่ 2 ทางหลักๆคือ 1 การศึกษา ซึ่งผมเชื่อว่าการศึกษาเป็นสิ่งที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงฐานะของเราได้ แต่ก็น่าเสียดายผมคงไม่มีโอกาสในทางด้านการเรียน เนื่องด้วยฐานะทางบ้านที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเรียน ผมไม่เคยรู้สึกน้อยใจ หรือเสียใจในความยากจนแม้แต่น้อย ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้มองเห็นสมาชิกในครอบครัวอยู่อย่างพร้อมหน้า ถึงแม้จะเป็นใบหน้าที่เปื้อนดิน แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความสุข สิ่งที่ผมเสียใจและยังทำไม่ได้ คือจะทำอย่างไรที่จะทำให้ครอบครัวของเราดีกว่าเดิม ความหวังในทางการศึกษาของผมคงจะไม่มีทางเป็นความจริง จึงเหลืออีกช่องทางหนึ่ง ก็คือการทำงาน การเก็บเงินเพื่อมาจุนเจือครอบครัวสร้างฐานะความเป็นอยู่ให้ดีกว่าผมเห็นจะมีแต่ทางนี้เท่านั้นที่จะสามารถ ทำให้ครอบครัวฐานะทางครอบครัวของผมเปลี่ยนแปลงไปทางที่ดีได้จะทำอย่างไรได้ในเมื่อโอกาสไม่ได้มีไว้ให้กับเราทุกคนบนโลก ในบางครั้งโอกาสมันไม่ได้วิ่งเข้าหาเราเสมอไป เราต่างหาก ที่จะต้องวิ่งไล่จับมันให้ได้ และในขณะนี้ผมกำลังไล่จับสิ่งที่เรียกว่าโอกาส

ผมเป็นแรงงานต่างแดนที่เลือกหันหลังให้กับภูมิลำเนาบ้านเกิดที่อยู่อาศัยมาตลอดชีวิต ผมเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาทำงานในต่างถิ่นต่างแดน ด้วยความหวังที่ว่าความเป็นอยู่ในครอบครัวของเราที่ดีขึ้นนับเป็นเรื่องยากสำหรับคนอย่างผมที่จะสามารถมาทำงานได้ไกลถึงเพียงนี้ ถ้าหากคนที่รู้จักผมแล้ว จะรู้ว่าผมเป็นคนที่ติดบ้านเป็นอย่างมาก ปฏิเสธการทำงานต่างถิ่น แต่เหตุผลสำคัญที่ทำให้ผมยอมทรยศต่อความรู้สึกของตนเองก็คือ ความหวังที่อยากจะเห็นความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเดิม อยากตัดวงจรความลำบากยากเข็ญที่สะสมมาตั้งแต่บรรพบุรุษตกทอดมาสู่พ่อแม่ และผม ซึ่งหากผมเลือกที่จะอยู่บ้าน ผมก็มองไม่เห็นหนทางที่ทำให้ชีวิตของผมดีขึ้นได้เลย

หากในวันนี้มีใครคนใดคนหนึ่งมาสัมภาษณ์ผมเกี่ยวกับความรู้สึกของการเป็นแรงงานต่างแดน ผมคงจะต้องสอบถามเขากลับไปว่า เขามีเวลาให้ผมนานแค่ไหน เพราะความรู้สึกของการเป็นผู้ที่เป็นแรงงานในต่างแดนนั้น มันมีมากมายซะเหลือเกิน ไม่สามารถจะพรั่งพรูความรู้สึกนึกคิดออกมาได้หมดภายเสี้ยวนาที แต่ถึงแม้เขาจะมีเวลาให้ผมมากเพียงพอ ผมก็ไม่สามารถจะรับปากกับเขาได้ว่า ผมจะสามารถเล่าทุกสิ่งทุกอย่างได้ทั้งหมดได้หมดสิ้น บางสิ่งมีความละเอียดอ่อนเกินกว่าถ้อยคำจะพรรณนาออกมาได้ บางครั้งการมองขึ้นไปบนดวงจันทร์ ผมรู้สึกว่าความงามมันลดลงเมื่อเทียบกับการที่ผมเคยมองอยู่ที่บ้าน ท้องฟ้าถึงแม้จะเป็นแผ่นผืนเดียวกัน แต่ทว่าบรรยากาศ และความอบอุ่น กลับแตกต่างกันซะเหลือเกิน อาหารที่ผมได้กิน ในพื้นที่ต่างแดนจึงแม้จะเป็นอาหารที่ใครหลายคนกล่าวว่าเป็นอาหารชนิดพิเศษ แต่สำหรับผมแล้วมันก็อร่อยไม่สู้ กลกับข้าวจากฝีมือแม่ ผมทำได้เพียงแค่กินอาหารมื้อนั้นให้อิ่มเพื่อที่จะได้มีแรงทำงานต่อ ในขณะเดียวกันผมได้พบปะกับเพื่อนใหม่ ซึ่งมาจากหลายพื้นที่ในประเทศไทย บางคนมาจากพื้นที่ราบสูงของประเทศ บางคนมาจากดินแดนด้ามขวานทองของไทย หรือบางคนก็เป็นชาวเขาเช่นเดียวกับผม พวกเราทุกคนมาจากต่างถิ่น มีที่มาจากที่แตกต่างกัน แต่ทว่าพวกเรามีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือ หวังว่าชีวิตพวกเรามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พวกเขาไม่เคยบอกความรู้สึก ที่อยู่ภายในจิตใจของเขาออกมา ไม่ว่าจะเป็นความอ้างว้าง หรือความโดดเดี่ยวแต่ผมก็รู้สึกสิ่งนั้น รู้สึกถึงสิ่งที่เขารู้สึก รอยยิ้มที่กลบเกลื่อนไม่อาจลบเลือนความรู้สึกที่แท้จริงได้ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ สิ่งสำคัญคือเมื่อเราทำงานเก็บเงินได้มากพอเราก็จะกลับไปอยู่ในที่ที่เราจากมา

การมาเป็นแรงงานต่างแดนนั้น โดยส่วนมากแล้วผมมองเห็นว่าเป็นการเลือกโอกาสให้กับตัวเองเป็นการเป็นแรงงานเพื่อทำงานขายแรง อีกทั้งต้องสูญเสียความอบอุ่น และความสัมพันธภาพที่มีในครอบครัว เพื่อแลกกับสิ่งที่เรียกว่า เงิน ถามว่าคุ้มค่าไหม? ผมขอตอบได้อย่างเต็มปากว่าไม่คุ้มค่า แต่เราก็จำเป็นจะต้องทำ ด้วยหวังว่าชีวิตเราจะดีกว่า การเดินไปข้างหน้าถึงแม้จะล่าช้า แต่ก็ยังดีกว่าการย้ำอยู่กับที่ ผมรักบ้านเกิดของผม ผมรักประเทศไทย แต่ต้องยอมรับในความจริงในข้อที่ว่า ประเทศไทยของเรายังคงเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา การเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม เทคโนโลยี ยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่สามารถเข้าถึงคนในทุกระดับได้ หากเสียงของผมมีแรงพอที่จะส่งเสียงไปถึงใครสักคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแรงงาน หรือชนชั้นล่าง ผมอยากบอกว่า ผมขอโอกาส ขอทานน้ำใจเพื่อหยิบยื่น ขอมือที่เข้ามาดูแล อย่างน้อยก็ให้คนอย่างพวกผมไม่ต้องห่างไกลครอบครัว สามารถไปมาหาสู่ครอบครัวได้

สิ่งที่ผมสะท้อนออกมานี้ มีทั้งเป็นสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริง และความรู้สึก สำหรับผมแล้วการเป็นแรงงานต่างแดน คนต่างถิ่น การมาศึกษาต่างที่ หรือการที่จะต้องพลัดพรากจากภูมิลำเนาของตนเอง เป็นสิ่งที่น่าเห็นใจเป็นอย่างมาก อาจเป็นเพราะผมเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ตรงจึงเข้าใจความรู้สึกของคนกลุ่มนี้เป็นพิเศษบางบางครั้งการที่เราพยายามจะตามหาอะไรสักอย่าง เราก็จำเป็นจะต้องแลก ด้วยอะไรบางอย่างเช่นกัน บ่อยครั้งที่ผมอยากจะกลับบ้านแทบใจจะขาด แต่สิ่งที่เตือนสติผมก็คือ ความจน ผมตั้งใจในการมาเป็นแรงงานในพื้นที่ต่างแดน ผมเลือกแล้วผมตัดสินใจแล้ว ผมจำเป็นจะต้องสานต่อในสิ่งที่วาดหวังไว้ ไม่เช่นนั้นครอบครัวเราก็จะผิดหวัง ไม่เช่นนั้นฐานะของเราก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม ไม่เช่นนั้นความพยายามที่มีมาทั้งหมดก็จะสูญเปล่าและความลำบากก็จะส่งต่อถึงลูกหลานต่อไป หากในวันนี้จะมีคนต้องลำบาก หรือเป็นคนที่ยอมเสียสละ ผมขอให้คนคนนั้นเป็นผมเอง ในวันนี้หัวใจของผมมีเพียงคำว่า อดทน คำนี้จริง ๆ ที่ทำให้ผมยังยืนอยู่ได้ หากวันใดที่ความฝันความหวังของผมเต็มเปี่ยมแล้ว ผมจะหอบสิ่งนี้กลับคืนถิ่นฐานบ้านเกิดที่โหยหาอย่างแน่นอน


📝 คอมเม้น 評語|Virut Taoprasirt 陶雲升

สะท้อนความรู้สึกจริงที่ปราศจากการแต่งเติม ไม่เยินยอไต้หวันมากเกินไป การเรียบเรียงเนื้อเรื่องและการใช้ภาษาที่เรียบง่ายแต่สละสลวยและลื่นไหลไม่สะดุด ทำให้ผู้อ่านมีอารมณ์คล้อยตาม แม้ไม่ใช่เป็นผู้ที่อยู่ในสถานภาพเดียวกันกับผู้เขียน