只要我還沒死,我一定要報恩 บุญคุณต้องทดแทนฉันยังตายไม่ได้

 2016 ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อ 泰文初選  

📜 บุญคุณต้องทดแทนฉันยังตายไม่ได้ 

👤 อนันต์ ศรีลาวุธ 

 

ใกล้จะถึง 60 เดือนแล้วสินะที่นาย Anan Srilawut มาขายแรงงานที่เกาะทองคำแห่งนี้ เหมือนจะมีปัญหาบ้างในช่วงที่มาอยู่แรกๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านภาษา, การปรับตัวกับงานที่ไม่เคยทำมาก่อน, อากาศที่ร้อนและหนาวจนน่ากลัว แม้กระทั่งคราวที่คุณแม่ของผมเสียชีวิตมันบีบคั้นหัวใจของผมไม่น้อยเพราะไม่สามารถที่จะลากลับไปบ้าน ได้ทันเวลา และคราวที่คุณพ่อของภรรยาเสียชีวิตในช่วงปีแรกๆ ที่ผมเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันก็ก็สะเทือนใจของผมไม่น้อยเช่นกัน ทั้งสองครั้งสองคราวที่เหตุการณ์ได้นวดปั้นหัวใจผมให้อยู่อย่างทรมานมากแต่ผมก็รับมือได้ค่อนข้างดี ผมอยู่ต่อมาได้อย่างมีกำลังใจเพราะมีเพื่อนๆพี่น้องต่างเชื้อชาติหลายๆคนช่วยกระตุ้นและให้กำลังใจให้อยู่ได้ดี วิกฤติที่เกิดขึ้นยังมีส่วนดีที่ทำให้ผมเข้มแข็งขึ้นและได้เรียนรู้รับมือสิ่งต่างๆ แม้นกระทั้งได้ศึกษาจิตใจคนที่ที่แสดงออกมาต่อหน้าเรา ทั้งยัง มีโอกาสได้พบเห็นและได้ชื่นชมธรรมชาติที่สวยงามโดยเฉพาะโรงงานหลอมเหล็กเจี้ยนซุ่นที่ผมทำอยู่นี้ตั้งอยู่เชิงเขา ที่มองเห็นทะเลอยู่ทางทิศเหนือได้ชัดเจน มันช่างสวยงามน่าทึ่งจริง ๆ และการงานใหม่ๆก็กระตุ้นเร้าใจให้ผมตื่นตัวกระหายจะเรียนรู้อยู่เสมอ แม้นแต่เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ไม่เคยพบที่เมืองไทยก็เป็นบทเรียนใหม่ที่ตื่นเต้นน่าจดจำเช่นกัน
หลังจากปรับตัวอยู่ระยะหนึ่งผมก็ควบคุมความกังวลในด้านต่างๆได้ ผมรับมือกับสถานการณ์ที่คิดว่ายาก ได้ดีเสมอ ทุกวันนี้ผมจึงมีความสุขกับการได้มาทำงานที่ประเทศนี้ ผมสุขสบายใจทุกๆวัน ผมมักจะยิ้มได้ทุกสถานการณ์ จนมีคนหลายคนเรียกผมว่า “อนันต์ผู้มีความสุขทุกวัน” ใช่แล้ว มันต้องเป็นความชื่นใจยินดีแน่เพราะเกือบทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างชีวิตและครอบครัวน้อยๆของผมกับประเทศไต้หวันล้วนเพิ่มพูนแต่สิ่งดีๆเสมอมา
ผมนึกย้อนไปถึงเพื่อนๆแรงงานหลายชาติที่อยู่ตามเรือนจำทั่วไต้หวันที่ผมเคยไปเยี่ยมและเล่นดนตรีร่วมกับศูนย์เพื่อนไทยให้เขาฟังบ่อยๆ พวกเขาคาดหวังอะไรกับไต้หวันกันนะ? ทำไมจึงตัดสินใจละเมิดกฎหมายกันมากมายขนาดนี้? แต่ในมุมมองของผมนี้ ไต้หวัน หรือเกาะทองคำของผมนี้ ล้วนมีแต่สิ่งดีน่าเรียนรู้และเป็นผู้มีบุญคุณต่อผมมาก และผมเต็มใจพอใจน้อมรับทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับผม ยังไม่จบแน่นั้น ในปี 2015 ผมก็ได้กลับมาทำงานที่โรงหลอมเหล็กที่เดิมนี้เป็นรอบที่สองแล้ว เถ่าแก่ท่านก็เมตตาผมมาก ท่านได้งดหักค่าอาหารและที่พัก อีกอย่างเมื่อต้นปี 2016 รัฐบาลไต้หวันก็ออกกฎหมายบังคับให้ลดเวลาทำงานของแรงงานทุกชาติในไต้หวัน หากทำงานวันเสาร์-อาทิตย์ก็คิดเป็นโอทีให้ เพราะเหตุนี้เงินเดือนคนงานอย่างผมจึงเพิ่มขึ้น รวมทั้งส่วนของลูกสาวของผมที่ทำงานอยู่ชินจู๋ก็ได้เงินเดือนเพิ่มเช่นกัน แต่ละเดือนเราสองพ่อลูกได้ส่งเงินไปที่บ้านรวมแล้วประมาณครึ่งแสนต่อเดือน ผมสุขใจที่ได้ทำงานในแบบเดิมๆ ที่คุ้นชินไม่ได้ยุ่งยากอะไรแต่ได้เงินเพิ่มขึ้น “ฮ่ะฮ่ะ ฮ่า ถูกใจอนันต์จริงๆ” ยังมีสิ่งที่น่ายินดีผ่านเข้ามาใหม่ๆในชีวิตทุกวัน อาจมีบางสิ่งที่ขัดข้องใจต้องฝืนข่มจิตใจบ้างแต่ผมบังคับใจให้มองโลกในแง่ดีได้เสมอจึงทำให้ทุกเวลามีแต่รอยยิ้มด้วยจิตใจร่มเย็น และอ้วนพี
สิ่งน่าประทับใจที่ไม่อาจลืมได้สำหรับผมอีกเรื่องในหลายร้อยหลายพันสิ่งนั่นคือ เมื่อถึงวันไหนที่ได้สิทธิ์หยุดพักงาน ผมมักจะปั่นจักรยานไปท่องเที่ยวไปตามถนนบริเวณเชิงเขาและทุ่งนาข้าวในระแวกใกล้ๆโรงงาน ผมชอบเที่ยวชมในเส้นทางเดิมๆเพราะเป็นเชิงเขาที่สวยและสามารถมองออกไปเห็นทะเลกว้างใหญ่พร้อมทั้งเมือง Tongxiao ที่อยู่เบื้องล่างเชื่อมต่อกับทะเลใหญ่นั้น ตามเส้นทางท่องเที่ยวของผมนั้นผมได้พบปะชาวบ้านชาวสวน จนรู้จักผู้คนและคุ้นเคยกันมากขึ้นตามระยะของเวลาที่ผ่านไป ผมพบเห็นคุณลุงคุณป้าตามหมู่บ้านที่พวกท่านทำการเกษตรและปศุสัตว์ หลายครั้งที่ผมได้พบผู้เฒ่าบางคนพยายามตัดกิ่งไม้ออกจากหลังคาบ้านอย่างยากลำบากด้วยวัยชราของท่าน ผมก็อาสาช่วยเหลือผู้เฒ่าเหล่านั้นอย่างเต็มใจ ถึงช่วงที่ผมจะกลับที่พักผู้อาวุโสเหล่านั้นก็จัดแจงของกินของใช้มอบให้อย่างมากมายทุกครั้งไป เวลาผ่านไปจากวันเป็นเดือนจากเดือนเป็นปีหลายปีผ่านไป จากที่รู้จักคนสองสามคนก็เพิ่มเป็นห้าคนสิบคน หลายสิบคน ทำให้ผมรู้สึกว่าพี่น้องลุงป้าน้าอาต่างชื้อชาติของผมช่างมากมายน่ายินดีจังเลย มันทำให้ผมอบอุ่นใจที่สุด เด็กชาย หลิงอี้เจี้ยน ลูกชายเจ้าของฟาร์มหมู และสองพี่น้อง เฉินเจ๋อกับ เฉินไถ้ ลูกชายเจ้าของไร่ส้ม เด็กน้อยเหล่านี้เป็นทั้งเพื่อนต่างวัยและก็เป็นเหมือนครูส่วนตัวของผม เพราะผมสามารถถามคำศัพท์และฟังสำเนียงการออกเสียงภาษาจีนจากพวกเขาได้เสมอเมื่อมีข้อสงสัย นั่นคือวิธีการต่อยอดทางภาษาของผมได้เป็นอย่างดี
ช่วงเวลาที่ผมอยู่ตามทุ่งนาใกล้เชิงเขานั่นผมได้สัมผัสกลิ่นใบข้าวจากทุ่งนา ผสานกับสายลมเย็นพัดพากลิ่นอ่อนๆของดอกไม้ป่าจากเชิงเขามาเป็นระยะๆ ผมนึกในใจแบบไม่จริงจัง ว่า “ ทำไมต้องเรียกที่นี่ว่าไต้หวันและทำไมถึงต้องเรียกทางโน้นว่าเมืองไทย?” ทั้งๆที่ความอบอุ่นเป็นกันเองของชาวบ้าน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่นี่ช่างเหมือนเป็นบ้านเกิดของผมอย่างไรก็อย่างนั้นไม่แตกต่าง หลายครั้งที่พี่น้องต่างเชื้อชาติได้โทรศัพท์เรียกผมไปกินข้าวตามสวนตามทุ่งนา มันเป็นบรรยากาศของชนบทที่แสนสุขใจเหลือเกิน แม้แต่คุณลุงที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ไม่ค่อยแข็งแรงก็อดใจที่จะไปร่วมสังสรรค์กับเราไม่ได้ มีครั้งหนึ่งที่เรากินต้มห่านกัน ลุงแกก็กินเนื้อห่านนั้นแล้วเกิดติดในคอของแก ต้องนวดเฟ้นกันยกใหญ่ ผมเองทีแข็งแรงที่สุดในตรงนั้นต้องแบกลุงแกขึ้นรถยนต์พากลับบ้านและส่งต่อโรงไปโรงพยาบาลในเวลาต่อมา
บางทีมีคนเขาก็โทรชวนไปจับลูกหมูเพื่อฉีดยาป้องกันโรค และจับไก่ใส่กรงกระทั่งช่วยเก็บผักผลไม้เพื่อนำไปส่งตลาด แล้วก็เช่นเคยตอนกลับที่พักผมก็ได้รับของกินของใช้มากมายจนน่าเกรงใจ แต่ก็ขัดน้ำใจพี่น้องนั้นไม่ได้ ผมต้องนำน้ำใจเหล่านั้นมาแจกจ่ายให้เพื่อนแรงงานไปใช้ไปกินกัน หลายคนถึงกับไม่ต้องซื้อเสื้อกันหนาวด้วยซ้ำเพราะผมนำมาแจกจ่ายให้เขาจนพอ
ในใจผมใคร่ครวญอยู่เสมอว่าจะตอบแทนน้ำใจพวกท่านให้สมกับความซาบซึ้งใจและสำนึกในบุญคุณที่ไต้หวันมีต่อผมอย่างไรได้นะ? แต่ส่วนที่ผมจะต้องขอบคุณก่อนใครอื่นคือ…
1) ขอบคุณเถ่าแก่โรงงานหลอมเหล็กเจี้ยนซุ่น ที่ให้ผมได้มีโอกาสมาร่วมอยู่สร้างงานที่มีมูลค่ามหาศาลของท่าน ด้วยการร่วมทุนเพียงแรงกายของผมเท่านั้น ถึงแม้นว่าคนอื่นจะพูดว่า “.งานร้อนเหมือนนรก” แต่ผมมองว่าที่นี่คือบ้าน
2) ผมขอขอบคุณรัฐบาลไต้หวันที่ได้ยกระดับแรงงานให้ดีขึ้นทุกปีๆ การออกกฎหมายเกี่ยวกับผู้ใช้แรงของท่าน ได้ครอบคลุมสวัสดิการและสวัสดิภาพของแรงงานอย่างทั่วถึงทำให้ชีวิตพวกเราแรงงานมีคุณภาพมากขึ้นทุกเชื้อชาติ
3) ขอขอบคุณพี่น้องลุงป้าน้าอาชาวบ้านที่น่ารักและเพื่อนร่วมงานที่ เจี้ยนซุ่นทุกๆ คนที่ท่านให้ความเมตตาแก่ผมจนรู้สึกอบอุ่นเหมือนบ้านเกิดของผมเอง ผมตั้งใจไว้ว่าหากว่าคนไต้หวันเหล่านี้จะไปเที่ยวที่เมืองไทยผมจะอาสาพาท่านไปทุกที่ที่ท่านต้องการจะไป ขอให้โทรแจ้งได้ล่วงหน้าช่วงเวลาที่ผมอยู่เมืองไทย โดยติดต่อได้ดังนี้ (โทรจาก ไต้หวันโดยซิม OK ใช้ 01666 812 6377 61 และโทรจากไต้หวัน โดย ซิม IF ใช้ 0176681263 7761) ผมยินดีต้อนรับทุกท่าน
ในวันเสาร์เดือนสิงหาคมปี 2015 หลังจากที่ผมว่างจากงานบังคับเครนตักเหล็กแท่งเพื่อสต็อคไว้รอส่งไปท่าเรือ ภารกิจประจำวันของผมอีกอย่างคือต้องไปบ่อบำบัดน้ำของโรงงานเพื่อใช้เครนขยุ้มเศษกากเหล็กที่ไหลมากับน้ำที่หล่อเย็นในการผลิตเหล็ก หัวหน้างานของผมล่วงหน้าไปก่อนแล้ว แต่พอผมไปถึงที่นั่นหัวหน้าก็บอกว่า “ฉันทำรีโมทคอนโทรลหลุดมือร่วงลงบ่อน้ำไปแล้ว” ผมไม่แปลกใจที่หัวหน้าบอกอย่างนั้นเพราะรู้ดีว่าหัวหน้าเขามือพิการจากอุบัติเหตุในการทำงานที่นี่เมื่อหลายปีก่อนจนทำให้มือข้างขวาบาดเจ็บหนัก นิ้วมือเสียหายเกือบหมดเหลือเพียงนิ้วโป้งแต่ไม่สามารถงอข้อนิ้วได้และนิ้วก้อยที่ยังสมบูรณ์เพียงนิ้วเดียว ถือว่าหัวหน้ายังโชคดีที่บาดเจ็บไม่มากเท่าคนอื่น ในขณะที่บางคนเสียชีวิต, บางคนตาบอด, บางคนถูกไฟฟ้าช็อตต้องนอนไม่ได้สติเป็นแรมปีก็มี ตรงบ่อบำบัดนั้นผมอาสาลงไปงมหารีโมทในบ่อนั้นให้ ที่จริงแล้วเมื่อก่อนหน้านี้ผมเคยลงไปเพื่องมหาโซ่ที่ขาดจมน้ำแต่ตอนนั้นในบ่อมีน้ำไม่ลึกมากเพราะเป็นวันหยุดที่ไม่มีการต้มหลอมเหล็ก ส่วนวันนี้นั้น เพิ่งจะปิดเตาหลอมไม่ถึงสามชั่วโมงดังนั้นน้ำหล่อเย็นที่ไหลมาจากการทำงานทุกจุดจึงค่อนข้างร้อน เพียงแค่ครึ่งนาทีที่ผมดำน้ำงมหารีโมทก็พบและบอกให้เพื่อนหย่อนเชือกมาและผูกรีโมทดึงขึ้นไปได้เรียบร้อย แต่ผมได้พบความจริงที่น่าตกใจอย่างหนึ่งคือ อากาศภายในบ่อตอนนี้มันบางเบาแทบจะไม่พอให้ผมหายใจ ผมดำน้ำลึกสองเมตรไม่ถึงนาทีแต่รู้สึกว่าเหนื่อยมากผิดปกติ ผมวิตกกับสภาพการณ์นั้นมากขึ้น ผมเริ่มจะรู้ซึ้งว่าคนที่จะหมดลมหายใจมันเป็นแบบนี้นี่เอง หูผมเริ่มอื้อ ผมเริ่มตาลาย อ่อนแรง ผมต้องสูดลมหายใจอย่างแรงและเร็วขึ้นโดยอัตโนมัติ
โอ้อันตรายและความตาย! มันไม่เลือกเชื้อชาติจริงๆ นี่มันจะมารับผมด้วยบ่อบำบัดน้ำนี้หรือ? เพียงเวลาไม่ถึงสองนาทีที่ผมตกอยู่ในภาวะอากาศเบาบางสมองผมเริ่มสับสนคิดถึงเรื่องราวอะไรมากมาย ความทรงจำของผมเริ่มฉายภาพเหตุการณ์ที่ผ่านมาและภาพจินตนาการถึงสิ่งที่ยังไม่ได้กระทำ ความคิดสลับกันไปมาอย่างรวดเร็ว ผมคิดไปแบบควบคุมไม่ได้เช่น “ใครจะซักผ้าที่ผมแช่ไว้นะ?, แล้วเพื่อนคนงานไทยที่ตาบอดกลับบ้านไปแล้วเขาจะทำงานอะไรได้บ้าง?, เพื่อนชาวเวียตนามที่ถูกไฟช็อตต้องนอนหมดสติอยู่โรงพยาบาลหลายเดือนแล้วแกจะฟื้นได้ไหม?, ใครจะไปเล่นดนตรีพื้นบ้านไทยที่เรือนจำหนานโถว, เรือนจำชินจู๋, เรือนจำไทเปแทนผมนะ? นี่ไต้หวันเพิ่งให้กีต้าร์ไฟฟ้าแก่ผมมาจะต้องตายจากมันไปแล้วหรือ? แล้วถ้าเกิดผมไม่รอดจากบ่อลึกนี้ผมจะทดแทนบุญคุณประเทศไต้หวันอย่างไรได้? อนันต์ต้องแข็งใจอดทนไว้นะ อย่าตาย ยังตายไม่ได้นะอนันต์ ทำให้ได้นะสู้สู้! อย่างไรก็จะไม่ยอมตายง่ายๆ ต้องอยู่เพื่อทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ให้ได้ และต้องต่อสู้กับความตายเพื่อลูกเมียที่ยังรอพบหน้าอยู่ที่บ้าน
ผมนึกถึงหน้าคุณแม่พร้อมด้วยภรรยาและลูกที่มาคอยส่งผมขึ้นรถโดยสารในวันที่จะมาไต้หวันครั้งแรก ทุกคนมองผมด้วยใบหน้าที่เศร้าสร้อยพร้อมด้วยน้ำตาที่คลออยู่ในลูกตา ผมเองก็ไม่ต่างกันแต่ต้องฝืนใจไม่ให้น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมาให้ใครเห็น รถโดยสารมาแล้ว ผมขึ้นนั่งรถแล้วรถเคลื่อนออกไป คุณแม่กับภรรยาและลูกสองคนพร้อมด้วยเพื่อนบ้านที่ปราถนาดีโบกมือลาจนรถพาผมลับตาไป นั่นคือบางภาพจากความทรงจำที่ผมนึกถึง
สามนาทีที่ผมดิ้นรนต่อสู้เอาชีวิตรอดด้วยใจระทึก และแล้วก็เหมือนสวรรค์โปรดเมื่อเพื่อนตะโกนจากปากบ่อพร้อมกับโรยเชือกเส้นใหญ่ลงมาถึงน้ำ ผมแข็งใจรวบรวมกำลังที่มีเหลืออยู่เอาเชือกมาผูกรอบหน้าอกตัวเองและเอามือกุมเชือกไว้แน่นให้เพื่อนช่วยกันดึงขึ้นอย่างลำยากบาก ทันทีที่ผมพ้นจากปากบ่อนั้นเมื่อได้เห็นแสงแดดยามบ่ายและอากาศจากเชิงเขาพัดมาประทะที่หน้าของผม มันช่างรู้สึกสดชื่นใจเหมือนกับได้ชีวิตใหม่ที่ภาวนาไว้อย่างแท้จริง ผมสูดลมหายใจเข้าลึกและยาวเหมือนคนที่กระหายอยากโดยแท้ “ ผมชนะแล้ว เย้ เย้!” อย่างน้อยก็หนึ่งครั้งล่ะที่รอดมาได้
จากนี้ไปคงเป็นเวลาที่จะรีบลงมือกระทำทุกอย่างให้ได้ตามความปรารถนาอยากกระทำ ผมพบสัจธรรมอย่างหนึ่งที่ว่า “โอกาสดีๆ มันไม่มีใครเป็นเจ้าของ แต่มันพร้อมจะเป็นของคนใดๆที่ต่อสู้อย่างอดทนเท่านั้น” เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหมือนสิ่งตอกย้ำให้ผมต้องเพิ่มความตั้งใจที่จะทดแทนบุญคุณไต้หวันให้ได้อย่างแน่นอนจึงสร้างสัญญาชีวิตกับตัวเองจากเหตุร้ายคราวนี้ว่า “บุญคุณต้องทดแทนฉันยังตายไม่ได้”


📜 只要我還沒死,我一定要報恩

👤 อนันต์ ศรีลาวุธ 

 

安南先生來這個島上挖金,算一算也快六十個月,剛開始也有遇到一些問題,比如語言不通適應工作環境、台灣天氣夏冬分明尤其媽媽、岳父相繼過世都讓人非常心痛,因為不能時請假回家。來台灣工作的前幾年,連續發生這些震撼人心的事,這些讓我感到非常痛苦,但是我都能一一克服它們,我能繼續留下來,是因為來自不同國家的朋友,紛紛給我鼓勵、為我加油。

危機也有好處,它讓我變得堅強,也知道如何應對,甚至學到表達內心情緒的重要性在這裡,我有機會欣賞美麗的自然風景,尤其是我現在服務的冶煉工廠建順公司位於山腰,可以清楚看見北邊的海岸,真是漂亮的風景啊!新工作也讓我非常興奮,讓我不斷的想要學習更多,雖然期間遇到過去沒有過的地震,但這也是令人印象深刻的經驗。花了一段時間適應,我終於克服種種難題,從容應付我曾經認為艱難的問題。今天,我可以說,自己很開心可以來台灣工作。是的!我每天都很開心,無論遇到什麼事情,我都笑著面對,很多人叫我「天天開心的安南」。對!我真心感到快樂,因為無論我的生命、家庭以及來台灣工作都發生了許多好事

我想身在監獄裡的外勞朋友們,我曾經跟台灣泰勞之友教會,一起去拜訪牢友,也在監獄表演家鄉音樂鼓勵他們。我曾想,他們想要從台灣這個地方得到什麼?為什麼會犯法呢?從我的角度思考,台灣,我們暱稱為黃金之島一直都是有很多令我想要學習的地方也是我的恩人,我非常滿意也接受所發生的一切。在西元2015年,我再次回到煉鐵工廠工作,我是我第二次回到這個工廠,老闆也對我很好,他沒有向我收取膳食費以及住宿費。

西元2016年,台灣政府公布減低勞工工作時數,如果禮拜六或禮拜天需要上班的話,雇主需要給付加班費,也因為這樣,我們勞工的薪水增加了,我在新竹工作的女兒,薪水也增加了,我們父女倆一個月約可寄五萬元回家,我很開心可以在原本的工作崗位上班,工作內容不難錢又多。哈哈哈,真和我意。每天都有喜悅的事情我的人生發生,但有時不是那麼如意,我也笑著撐過去,我盡量告訴自己,做人要有正面的想法,所以我的心情一直都很好,也過的很好。

在台灣發生許多故事,有幾件事情令人無法忘懷。每逢例假日的時候,我常常騎著腳踏車到工廠附近山邊或稻田欣賞風景,我喜歡到曾經去過的路線走走,因為那裏有漂亮的山景,可以看到無邊無際的大海,還可以看到通霄區連接著大海。我旅遊的路線中,路邊也有我認識的村民或農民長久下來,使我們從認識變熟悉,這附近的居民通常種農作物飼養家畜維生,很多時候,我看到年老的阿伯試著修剪屋頂上的樹枝,相當辛苦,所以我主動過去幫忙。時間慢慢過去,一年變一個月,一個月變一年,很多年之後,我本來才認識兩、三個人,現在已經有十幾個人了,他們讓我領悟到,我在台灣有好多的朋友,我覺得很溫暖。養豬場老闆的兒子林易建小朋友和橘子園老闆的兄弟陳哲和陳泰小朋友,這幾個小朋友是我不同年齡的朋友也是我的老師,因為我可以請教他們中文單字,學習如何發音,他們也很樂意回答我的問題,這就是我學中文的方法。

這天,當我在享受稻田的時光,我可以聞到稻米的香味,加上微風徐徐吹來,帶著上山的花香,我偷偷的想:「為什麼要把這個地方稱為台灣,為什麼要把我的國家稱為泰國?」畢竟,兩個地方相當溫暖及友善,不論是小孩或大人,都把我當作自己人不會歧視我,很多時候,台灣朋友會打電話叫我一起吃飯,甚至一個中風半癱瘓,身體不太健康的老阿伯,看我們吃得開心也忍不住加入我們的行列

有一次,我們煮鵝肉,吃飯時阿伯噎到了,我們趕緊幫忙他,我是身體最強壯的,就負責背著阿伯上車送他回家,之後再送醫院急救。有時候,有人打電話約我去抓豬打預防針和抓雞進籠子,甚至幫忙收拾蔬菜水果去菜市場。一如往常,他們送我好多吃的、用的當作回禮讓我帶回宿舍,我有點不好意思,但也不能拒絕他們的好意,所以往往收下了之後,再分享給工廠的朋友們。很多工廠朋友幾乎不用買外套,因為我都會分給她/他們。我心裏一直想著,如何報答,足以感謝他們對我們慷慨?我要如何回饋這份友善和感激?但我首先必須感謝的是…

1) 謝謝建順煉廠的雇主給我來台灣的機會,讓我在這裡建立人生,讓我有機會貢獻,雖然只是單純付出體力,雖然別人說我的工作環境熱的像地獄一樣,但是我把這裡當做家。

2) 謝謝台灣政府日漸提升勞工的品質,修訂法律讓勞工們有相當好的福利和安全,不分國籍的照顧我們。

3) 謝謝可愛的阿伯、阿姨、哥哥、姐姐以及工廠的同事們,每個人都對我非常友善,讓我感覺到家庭的溫暖,希望未來他們去泰國,我可以帶他們到處玩,只要你記得先通知我,而我恰巧也在泰國。大家可以打電話給我(從台灣用台灣大哥大打 01666 812 6377 61 用遠傳的可以打0176681263 7761) 我非常歡迎各位的到來!

事情發生在西元2015年八月某個禮拜六,儲備鋼鐵送往港口是我每天的基本工作外,此外,我還到廢水處理區,把煉鐵留下的鐵塊處理掉。這天,我的主管先到廢水處理區去,我一到,他就對我說:「我的遙控器掉到廢水池裡面了。」我絲毫沒有感到懷疑或意外,因為我知道,好幾年前的一場工作意外,導致主管右手受傷非常嚴重,手指幾乎全毀,只剩大拇指還可以用但是無法彎曲,只有小指是完整的。他算非常幸運只有受傷,因為有的人因此喪命、失明、失去意識。

我自願在廢水池裡幫主管找遙控器。過去,我曾經下去修過鐵鍊,但那時候水深,加上那天沒有人工作,沒有人煉鐵。但今天,煉鐵的機器關掉不到三個小時,所以水池水溫非常雖然我只花了半分鐘順利找回遙控器,並請我的同事用繩子把遙控器綁起來、拉上去。但我驚訝的發現,水池裡的空氣非常稀薄,讓人感到呼吸困難,潛水不到兩公尺深,就已經相當疲憊,我當時非常害怕,這時我才驚覺,原來快沒呼吸、心跳的人是如此痛苦。之後開始耳鳴、眼花又沒力氣,我趕緊用力深呼吸。

意外和死亡,真的無論你是誰都公平降臨,我處在那種情況不到兩分鐘的時間,我開始胡思亂想,腦海中浮現許許多多的畫面,不論是昔日回憶是神遊幻想,這樣來來回回,我無法控制我的思想。例如:「誰會幫我洗衣服?失明的泰國朋友回去之後他會找到工作嗎?被電到失去意識的越南朋友會醒來嗎?誰要去南投、新竹、台北監獄唱傳統歌曲給泰國朋友聽呢?台灣才剛給我第一把電子吉他不久,我就要死了嗎?如果我真的死了,我要如何報答這個國家?我要堅持下去,我不能死,加油!」

無論如何我都不要!我要活著實現未完成的夢想,也要繼續為我的老婆小孩奮鬥,他們在家門口等我,我想到老婆和孩子,第一次送我上車來台灣的畫面,那時大家傷心難過,淚眼婆娑的看著我,我心中也很捨不得,但是我忍住男兒淚,不讓他們看到。車子駛近我上車離去,我媽媽、老婆和兩個小孩以及我的鄰居,都在向我揮揮手,直到車子離開他們視線,那是我腦海中最後的畫面。

我與死神搏鬥三分鐘,最後老天爺幫了我一個大忙,我的朋友大聲呼喊並丟下繩子,我用最後力氣,把繩子綁在身上,把手緊緊抓住繩子,朋友們紛紛把我拉上去,我從水池上來的那一刻,我看到陽光,感覺風吹向我臉上,那一刻彷彿重生。我大口大口呼吸,就像渴望空氣的人,我贏了,至少我活過來了。

以後,就是我趕緊實現自己夢想的時候了,我發現一個道理─「好的機會不專屬某個人,而是屬於任何一個肯努力的人。」這次的瀕死經驗,讓我知道,要認真報答台灣這個國家,我承諾自己「只要我還沒死,我一定要報恩!」。